
พืชผลแพง-เศรษฐกิจพุ่งมอเตอร์ไซค์ปรับเป้า1.8ล้านคัน!!!
เห็นตัวเลขยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้แล้วอดดีใจกับผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย เพราะยังวิ่งฉิว
เห็นตัวเลขยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้แล้วอดดีใจกับผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย เพราะยังวิ่งฉิว
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
เห็นตัวเลขยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้แล้วอดดีใจกับผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย เพราะยังวิ่งฉิว ไม่แพ้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์
ตัวเลขการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์อย่างไม่เป็นทางการในช่วงแรกของปี มีการประมาณการว่าเติบโตกว่า 30% เหนือกว่าการคาดการณ์ที่เคยคาดว่าจะโตที่ระดับ 12% เท่านั้น
ปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดเติบโตขนาดนี้ เป็นผลมาจากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ ที่ในไตรมาสแรกขยายตัวถึง 12% ขณะที่ปัจจัยที่ส่งผลบวกอย่างแท้จริงของอุตสาห กรรมรถจักรยานยนต์คือราคาพืชผลทางการเกษตรที่ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาของยางพาราที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ราคาข้าวและมันสำปะหลังซึ่งเป็นสินค้าหลัก ก็ถือว่าอยู่ในระดับดี
ประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ บอกว่า การเติบโตในตลาดรวมรถจักรยานยนต์ ที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% นั้น หากแยกลงไปในรายภูมิภาคแล้วพบว่า ภาคใต้มีอัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์มากถึง 50%
สำหรับสภาวะตลาดในช่วงที่เหลือของปียังคงต้องติดตามปัจจัยทางการเมืองอย่างใกล้ชิด แต่หากรัฐบาลสามารถรักษาราคาของพืชผลทางการเกษตรเอาไว้ได้ ก็จะทำให้ตลาดยังเติบโตได้ดี
“โดยรวมๆ ทั้งปีเราน่าจะเห็นการเติบโตที่ 20% หรือตลาดรวมโตขึ้นเป็น 1.75-1.8 ล้านคัน จากเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 1.7 ล้านคัน”
ทั้งนี้ ในส่วนของยามาฮ่าต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิต แม้ในช่วง 5 เดือนแรกจะมีอัตราการเติบโตได้ 15% ตามเป้าหมาย แต่น้อยกว่าการเติบโตของตลาดรวม ทำให้ต้องเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อให้รักษาอัตราการขยายตัวทั้งปีให้ได้ 20% หรือมียอดจำหน่าย 5.1-5.2 แสนคัน จากเป้าหมายเดิม 4.8 แสนคัน
นอกจากนี้ จะเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะเน้นกิจกรรม สปอร์ต มาร์เก็ตติง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ตราสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ทุ่ม 100 ล้านบาท ในการเป็นเมน สปอนเซอร์ สำหรับกิจกรรมฟุตบอลโลกในปีนี้
ส่วนผู้ยืนอยู่อันดับ 3 อย่าง ซูซูกิ ก็มีการขยับตัวที่น่าสนใจ ด้วยการปรับแผนครั้งใหญ่ในเรื่องของตัวสินค้าด้วยการแยกการทำตลาดสำหรับสินค้ากลุ่มรถจักรยานยนต์แบบครอบครัว ที่ยังเน้นการใช้เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์ เพราะเห็นว่าตลาดนี้ยังมีความต้องการอยู่
ด้านธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการงานขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า เปิดเผยตัวเลขยอดจำหน่ายในเดือน เม.ย. 2553 ที่ผ่านมาว่า มียอดการเติบโตเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเป็นตัวเลขการเติบโตที่ลดลง เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตในไตรมาสแรกของปี 2553 ที่ขยับตัวอยู่ในระดับเหนือกว่า 30%
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการคงเดินหน้าใส่เกียร์ทั้งธรรมดาและอัตโนมัติกันอย่างเต็มที่
โดยมีเป้าหมายการจำหน่าย 1.8 ล้านคัน ที่ต้องผลักดันให้ถึงเป็นเดิมพัน!!!







