posttoday
‘เอสเอ็มอี’ไม่บุกนอกเสี่ยงเจอทางตัน

‘เอสเอ็มอี’ไม่บุกนอกเสี่ยงเจอทางตัน

21 พฤศจิกายน 2557

แบงก์กรุงเทพหวั่นเอสเอ็มอีไม่บุกอาเซียน เสี่ยงเจอทางตัน แนะเร่งเกาะรายใหญ่อุตฯ ต้นน้ำบุกนอก

แบงก์กรุงเทพหวั่นเอสเอ็มอีไม่บุกอาเซียน เสี่ยงเจอทางตัน แนะเร่งเกาะรายใหญ่อุตฯ ต้นน้ำบุกนอก

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจของไทยควรจะเร่งออกไปลงทุนในแถบอาเซียน เพื่อใช้เวทีภูมิภาคเป็นเครื่องมือลดทอนข้อจำกัดในการทำธุรกิจในประเทศ เนื่องจากการดำเนินธุรกิจในไทยขณะนี้มีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น ในอุตสาหกรรมอาหารทะเลจะเผชิญข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ บางอุตสาหกรรมจะเผชิญข้อจำกัดด้านแรงงาน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ควรเร่งออกไปลงทุนอาเซียนพร้อมกับผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต้นน้ำชาวต่างชาติที่ขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่นโดยเร็ว

“ถ้าไม่รีบตามไปบุกพร้อมกับบริษัทในอุตสาหกรรมต้นน้ำ โอกาสของบริษัทจะหมดไปแน่ เพราะบริษัทในอุตสาหกรรมต้นน้ำก็จะหันไปพึ่งพาบริษัทในอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำท้องถิ่นแทน เมื่อถึงเวลาตลาดเต็มแล้ว ก็จะเสียโอกาสที่ควรได้รับ” นายโฆสิต กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเอสเอ็มอีไทยออกไปลงทุนในอาเซียนน้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมาเลเซีย เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจในระยะยาว และมองว่าการขยายการลงทุนเป็นเรื่องไกลตัว บางคนมองว่าการออกไปลงทุนต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แค่ส่งคนออกไปประจำต่างประเทศก็อาจต้องใช้เงินทุนหลักล้านบาท แต่หากเป็นนักธุรกิจก็อยากให้เข้าใจเรื่องความเสี่ยงอย่างมีเหตุผล เพราะการออกไปลงทุนต่างประเทศ อาจได้ประโยชน์ทั้งเรื่องภาษี แรงงาน วัตถุดิบ ห่วงโซ่อุปทาน และช่วยลดต้นทุน

สำหรับธุรกิจไทยที่จะขยายการลงทุนไปต่างประเทศ ต้องรู้จักพัฒนาตลาดจนผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ ติดใจสินค้าไทยควบคู่กันไปด้วย เพราะผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น คาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี ผู้บริโภคจึงจะติดใจสินค้า

นายโฆสิต กล่าวอีกว่า ในแง่การเป็นฐานการผลิตหลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น เชื่อว่าไทยจะมีขีดความสามารถถดถอยลง จากการพบปะกับนักลงทุนชาติต่างๆ พบว่าไทยลดระดับเหลือเป็นแค่
ทางเลือกหนึ่งในภูมิภาคเท่านั้น บางรายเลือกขยายฐานการผลิตไปยังฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งมีปัจจัยดึงดูดการลงทุนแทน

“ไทยไม่ได้นอนมาอีกต่อไปแล้วเราต้องออกแรงหนักขึ้นมากเพื่อให้นักลงทุนมาหาเรา เพราะตอนนี้มีประเทศที่น่าดึงดูดมากอย่างอินโดนีเซียด้วย”นายโฆสิต กล่าว

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2558 จะยังคงเติบโตในระดับ 3-4% แต่ต้องระมัดระวังการออกนโยบายประชานิยมซึ่งจะส่งผลให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท