
ทันสถานการณ์
เร่งลงทุนสุวรรณภูมิเฟสสอง
เร่งลงทุนสุวรรณภูมิเฟสสอง
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ได้ตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) โดยสั่งการให้เร่งลงทุนโครงการขยายท่าอากาศสุวรรณภูมิระยะสอง เพื่อก่อสร้างทางวิ่งสำรอง ลานจอดรถ อุโมงค์ อาคารผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว รองรับการเป็นศูนย์กลางการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าของภูมิภาค
นายนิรันดร์ ธีรนาทสิน รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า แผนการขยายสุวรรณภูมิระยะที่ 2 จะทบทวนใหม่ โดยนำแผนเดิมวงเงิน 6.2 หมื่นล้านบาท มาแยกบางส่วนเพื่อดำเนินการเร่งด่วนก่อน 2.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นแผนขยาย 28 หลุมจอดและอุโมงค์ 2 หมื่นล้านบาท และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ 5,000 ล้านบาท ส่วนอีก 5 โครงการจะพักไว้ก่อน แต่จะเสนอขอ ครม.อนุมัติโครงการเพิ่มเติมอีก 4 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ก่อสร้างรันเวย์ที่ 3 จำนวน 2 หมื่นล้านบาท และก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ 2 หมื่นล้านบาท
ชาวนาเมินลอกคูคลองสมัครแค่ 2 หมื่นคน
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำแม่กลอง ที่งดทำนาปรัง 26 จังหวัด เป้าหมาย 1.7 แสนครัวเรือน มาสมัครเป็นแรงงานขุดลอกคลองระบบชลประทานในอัตราค่าจ้าง 300 บาท/วัน กว่า 2.2 หมื่นคน โดยจะเปิดรับสมัครในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปจนถึงเดือน เม.ย. 2558 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยคาดว่าจะได้เงินค่าแรงประมาณ 30 แรง/คน ขณะที่กรมชลประทานมีงบในการจ้างงานชาวนาช่วงน้ำแล้ง 4,000 ล้านบาท จึงคาดว่าจะมีคนสมัครตามเป้าหมายแน่นอนเพราะกรมชลฯ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ต้องงดทำนาปรัง
นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึง กรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสตง.ได้ส่งหนังสือท้วงติงการจ่ายเงินชาวนาไร่ละพันบาทไม่โปร่งใสเพราะ ไม่มีข้อมูลเป็นปัจจุบันนั้น เป็นความใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจาก กรมส่งเสริมฯใช้ฐานข้อมูลขึ้นทะเบียนเกษตรกรจากโครงการรับประกันราคาปี 52/53 จำนวน 3.7 ล้านครัวเรือน และโครงการรับจำนำ ปี53 – ปี56 จำนวนเกษตรกร เข้าโครงการ 3.49 ล้านครัวเรือน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาโครงการ แต่เมื่อมีโครงการใหม่ก็จะต้องมีการขึ้นทะเบียนทุกใหม่อีกครั้ง ในส่วนโครงการช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางไร่ละพันบาท จำนวน 8.5 แสนครัวเรือน ใช้ข้อมูลเดิมในโครงการที่ช่วยค่าปัจจัยการผลิตไร่ละ 2,520 บาทต่อไร่ในรัฐบาลที่แล้วเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวกรมได้ชี้แจงรายละเอียดให้กับ สตง.ถึงขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติของเกษตรกรโดยจะมีกรรมการในส่วนของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกันรับรองความเป็นเกษตรกรทุกระดับทั้งท้องถิ่น ตำบล อำเภอ และจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจดูแปลงผลิตจริงอีกรอบทุกครั้งก่อนส่งรายซื่อให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.
) เป็นผู้อนุมัติจ่ายเงินให้กับเกษตรกรแต่ละราย ดังนั้นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วตั้งแต่ปี 53 จะต้องมาแจ้งข้อมูลล่าสุดให้กับกรรมการในพื้นที่ทุกรอบการผลิต ต้องมาแจ้งการปลูกข้าวทั้งนาปีและนาปรัง เพราะการปลูกข้าวแต่ละรอบจะมีจำนวนเกษตรกรที่ปลูกข้าวไม่เท่ากันอยู่แล้ว พร้อมกับนำภาพถ่ายดาวเทียมมาครอบลงพื้นที่จริงอีกครั้ง มีเลขรหัสระบุรายแปลงว่าเป็นผู้เช่านา แนบมาพร้อมเอกสารการเช่านา เพื่อป้องกันเจ้าของที่นามารับเงินเองด้วย ส่วนเกษตรกรมารับการช่วยเหลืออาจะมีมากขึ้นหรือน้อยลงจากตัวเลขฐานเดิม ทั้งนี้ยังพบว่ามีชาวนาบางรายเลิกปลูกข้าวไปแล้วแต่ยังมีรายซื่อในทะเบียนเกษตรกร ซึ่งทางกรมได้แจ้งให้เพิกถอนรายซื่อในทะเบียนเกษตรกรไปแล้ว เช่น เกษตรกร จ.บุรีรัมย์
ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กรมชลประธานออกประกาศกรมชลประทาน เพื่องดส่งน้ำทำนาปรัง 8 พื้นที่ เนื่องจากน้ำในอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำ คือลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำแม่กลอง ภาคเหนือ ในพื้นที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ ภาคกลาง ในพื้นที่ของเขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบไปด้วย พื้นที่ท้ายเขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเขื่อนลำตะคอง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแซะ จ.นครราชสีมา







