
ส่งใครไปอินโดนีเซีย เหมาะสมที่สุด?
การบริหารกำลังคนแบบ "ข้ามพรมแดน" นั้น การมอบหมายงานให้ใคร ไม่ได้มองที่สัญชาติหรือเชื้อชาติอีกต่อไป แต่จะมองว่าใครมีความสามารถทำอะไรได้แค่ไหนเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อให้งานที่คาดหวังไว้สามารถดำเนินไปได้อย่างมีผลสัมฤทธิ์และมีโอกาสบรรลุเป้าหมายมากที่สุด
การบริหารกำลังคนแบบ "ข้ามพรมแดน" นั้น การมอบหมายงานให้ใคร ไม่ได้มองที่สัญชาติหรือเชื้อชาติอีกต่อไป แต่จะมองว่าใครมีความสามารถทำอะไรได้แค่ไหนเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อให้งานที่คาดหวังไว้สามารถดำเนินไปได้อย่างมีผลสัมฤทธิ์และมีโอกาสบรรลุเป้าหมายมากที่สุด
ในช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ ผมได้มีโอกาสที่จะเข้าไปทำโครงการร่วมทุนกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติของอินโดนีเซีย เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีเม็ดเงินในการลงทุนสูงมาก ในเวลานั้นเราได้มองไกลไปถึงการหาคนจากทุกชาติในแถบอาเซียนที่มีความพร้อมและเหมาะกับการทำงานร่วมกับอินโดนีเซีย
โดยผมมองว่า จุดสำคัญของการมาทำงานร่วมกับชาวอินโดนีเซีย คือ ศาสนา วัฒนธรรม และภาษา ดังนั้นคำตอบของผมก็คือ นอกจากคนไทยที่เก่งๆ แล้ว เวลานั้นเรามีบริษัทร่วมทุนที่มาเลเซียอยู่แล้ว เราก็น่าจะสามารถดึงเอาคนเก่งๆ จากบริษัทร่วมทุนในมาเลเซียให้เข้ามาอยู่ในโครงการและเข้าไปทำงานในอินโดนีเซีย ด้วยความเชื่อว่า เราจะสามารถลดปัญหาและอุปสรรคด้านภาษาและศาสนาไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว
ผมจึงได้นำความเห็นนี้ไปเสนอในที่ประชุมกับทาง HR ของอินโดนีเซีย แต่กลับสร้างความประหลาดใจแก่ผมมาก คือ เขาไม่สนับสนุนความเห็นนี้ โดยบอกว่า การให้สองชาตินี้มาทำงานร่วมกันไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ในความเหมือนที่ผมพูดไปกลับมีความแตกต่างกันอย่างมากอยู่ในที
เขาบอกผมว่า คนมาเลย์และคนอินโดนีเซีย เหมือนเป็ดกับไก่ ดูผิวเผินทั้งสองชนิด บินได้ ขันได้ กินอาหารแบบเดียวกัน ออกไข่เหมือนกัน แต่เขาย้ำว่า เป็ดก็คือเป็ด ไก่ก็คือไก่ จะให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันนั้นเป็นไปได้ยาก ผมพกความข้องใจอันนี้ไว้ในใจ
และสัปดาห์ต่อมาก็มีโอกาสได้ประชุมกับ HR Director ของบริษัทร่วมทุนจากมาเลเซีย ผมถามเรื่องนี้เพื่อเป็นการยืนยัน เขาหัวเราะและบอกว่า จริง
ด้วยความที่คุ้นเคยกัน ผมก็ถามว่า เหตุผลเพราะอะไร เขาบอกผมว่า ในมุมมองของเขา การที่คนอินโดนีเซียและคนมาเลเซียมีความต่างกันจนกระทั่งทำให้การทำงานร่วมกันไม่ได้ราบรื่นกันมากแม้ว่าภาษาและศาสนาจะเหมือนกัน ก็น่าจะเป็นมาจาก
หนึ่ง อินโดนีเซียถูกปกครองเป็นเวลานานจากเนเธอร์แลนด์หรือฮอลันดา ในขณะที่มาเลเซียถูกปกครองโดยอังกฤษ ทำให้การวางรากฐานของประเทศต่างกัน ระบบการศึกษาที่ต่างกัน แน่นอนว่าส่งผลต่อวิธีคิด วิธีการทำงานที่ต่างกัน
สอง ระบบการปกครองของมาเลเซียมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าอินโดนีเซียมาเป็นเวลานาน ดังนั้นคนมาเลเซียจะกล้าแสดงออก กล้ายืนยันสิทธิของตัวเองมากกว่า เวลาอยู่ในเวทีการประชุม การทำงาน จึงมีความต่างกันมาก
สาม ระบบศาสนาของมาเลเซียจะปรับตัวไปมากกว่าอินโดนีเซีย คือ มีความยืดหยุ่นกว่า เปิดโอกาสให้มากกว่า
สี่ การมีพรมแดนติดกันทั้งบนเกาะและทะเล ทำให้มีการ กระทบกระทั่งกันบ้างในเรื่องการแย่งชิงทรัพยากร ทำให้ความสัมพันธ์แม้จะไม่เลวร้าย แต่ไม่ใช่มิตรแท้ที่จะแลตากันได้สนิทใจ
อย่างน้อยสี่เหตุผลนี้ที่เพื่อน HR Director มาเลย์บอกผมว่า เป็นกรอบการสร้างบุคลิกการทำงานให้คนมาเลเซียต่างกับคนอินโดนีเซีย
ดังนั้น แนวคิดผมที่เชื่อว่า การเอาคนมาเลเซียที่เป็น Talent ไปทำงานให้กับโครงการเราที่อินโดนีเซียนั้น เป็นความเชื่อที่ผิด และไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น ผมจึงถามว่า แล้วผมควรเอาชาติไหนในอาเซียนไปทำงานที่อินโดนีเซียจึงจะได้ผลลัพธ์อย่างสูงสุดเพื่อนมาเลย์ตอบว่า คนสิงคโปร์ คือคำตอบที่ดีที่สุด !







