
คลังเมินทวงคืนท่อก๊าซปตท.
คลังเมินทวงท่อก๊าซคืนจาก ปตท.อ้างรอผลตีความกฤษฎีกา
คลังเมินทวงท่อก๊าซคืนจาก ปตท.อ้างรอผลตีความกฤษฎีกา
นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมธนารักษ์ได้ดำเนินการรับโอนท่อก๊าซจากบริษัท ปตท. ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยหมดแล้ว โดยศาลสั่งให้ ปตท.โอนท่อก๊าซเฉพาะที่อยู่ในพื้นดินเท่านั้น ส่วนท่อก๊าซที่อยู่ในทะเลและบริษัท ปตท. ลงทุนก่อสร้าง ถือเป็นของ ปตท.ไม่ใช่ของกรมธนารักษ์
สำหรับกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือแจ้งให้มีการทวงท่อก๊าซในส่วนที่อยู่ในทะเลมาเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น นายนริศ กล่าวว่า ต้องรอความชัดเจนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะมีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร เพราะเท่าที่ทราบขณะนี้ทางกระทรวงพลังงานก็ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ สตง. และได้ส่งเรื่องให้สำนักงานกฤษฎีกาตีความให้ชัดเจน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้แถลงข่าวชี้แจงกรณีการโอนทรัพย์สินของบริษัท ปตท.ให้กับกระทรวงการคลัง ตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดว่าศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในคดีหมายแดงที่ ฟ.35/2550 ให้คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. ร่วมกันแบ่งแยกทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งใช้อำนาจมหาชนของรัฐในการเวนคืนที่ดิน การก่อสิทธิเหนือพื้นดิน เพื่อวางระบบขนส่งปิโตรเลียมทางท่อและท่อก๊าซ รวมถึงอุปกรณ์ที่ประกอบกันเป็นระบบขนส่งท่อก๊าซธรรมชาติที่ฝังติดตรึงตราถาวร หรือประกอบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับที่ดิน เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ มติ ครม. เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2550 มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและคลังไปแบ่งแยกทรัพย์สิน โดยให้ สตง.เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง หากมีข้อโต้แย้งทางด้านกฎหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้พิจารณาเพื่อให้มีข้อยุติ
ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาดังกล่าวกรมธนารักษ์รับโอนที่ดินจากบริษัท ปตท. จำนวน 106 แปลง มูลค่า 7 ล้านบาท สิทธิการใช้ที่ดินของเอกชนมูลค่า 1,124 ล้านบาท และท่อก๊าซ 3 โครงการ มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท
ขณะที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ปตท.มีการคืนท่อก๊าซอันเป็นสาธารณสมบัติให้รัฐไม่ครบถ้วน เพราะไม่ได้นำรายงานของ สตง.ให้ศาลปกครอง จึงมีการรายงานข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จต่อศาลปกครองสูงสุด







