
พยุงราคาข้าวไร้ผล
โครงการชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้อัตรา 3% ให้กับผู้ประกอบการโรงสีไปซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในราคานำตลาด 100-200 บาท/ตัน มาเก็บไว้ในสต๊อก 36 เดือน ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนผลักดันราคาข้าวเปลือกของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำท่าจะไปไม่ถึงฝันเสียแล้ว
โครงการชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้อัตรา 3% ให้กับผู้ประกอบการโรงสีไปซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในราคานำตลาด 100-200 บาท/ตัน มาเก็บไว้ในสต๊อก 36 เดือน ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนผลักดันราคาข้าวเปลือกของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำท่าจะไปไม่ถึงฝันเสียแล้ว
ล่าสุด บรรดาโรงสีที่แจ้งความประสงค์เข้ามาร่วมโครงการแค่ 200 กว่าราย ซึ่งประเมินว่าจะซื้อข้าวเปลือกมาเก็บในสต๊อกแค่ 6 ล้านตัน วงเงินชดเชยดอกเบี้ย 900 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้กลับพบว่าบรรดากลุ่มโรงสีที่เสนอตัวเข้าร่วมโครงการยังไม่สามารถรับซื้อข้าวเปลือกมาเก็บไว้เพื่อดันราคาข้าวให้เพิ่มขึ้นตามแผนที่วางไว้แม้แต่น้อย
บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ขณะนี้กำลังให้ทางคณะกรรมการระดับจังหวัดที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ตรวจสอบประวัติและข้อมูลด้านการเงินของโรงสีเหล่านั้นว่ามีประวัติดีหรือไม่ รวมทั้งมีธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารพาณิชย์ใด เพราะจะต้องตรวจสอบไปถึงฐานะทางการเงินของโรงสี ว่าสามารถซื้อข้าวเปลือกมาเก็บไว้ในปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงาน ก่อนจะส่งข้อมูลให้กรมพิจารณาอนุมัติ
ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการโรงสี ระบุว่า โครงการชดเชยดอกเบี้ย 3% แม้ว่าจะมีโรงสีสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการซื้อข้าวเปลือกมาเก็บไว้ในสต๊อกตามแผนที่กำหนดให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เพราะติดเงื่อนไขในการตรวจสอบรายละเอียดของภาครัฐค่อนข้างมาก ทั้งๆ ที่ประวัติของโรงสีมีอยู่กับธนาคารพาณิชย์อยู่แล้ว
เจ้าของโรงสีเห็นว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยดึงราคาข้าวเปลือกในตลาดให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ไม่มาก ถ้าเทียบกับปริมาณข้าวเปลือกที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก เพราะวงเงินที่เข้ามาช่วยเหลือในการยกระดับราคาข้าวเป็นงบเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับผลผลิตข้าวเปลือกในตลาดที่มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท
ล่าสุด ราคาข้าวเปลือกทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวขาวได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยข้าวขาว 5% ปรับลดลงจากราคาสัปดาห์ก่อน 100-200 บาท/ตัน มาอยู่ที่ 1.41.43 หมื่นบาท/ตัน
ขณะที่ข้าวเปลือกหอมมะลิราคาซื้อขายล่วงหน้าเดือน ธ.ค. ปรับลดจาก 3 หมื่นบาท/ตัน เหลือแค่ 2.42.5 หมื่นบาท/ตัน







