
ส่องตัวแปรศก.ไทย ฝากความหวังปฏิรูป
หลังจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาปฏิรูปประเทศไทย แต่การจะผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดต้องใช้ระยะเวลาสั้นคงเป็นเรื่องยาก เพราะหลุมพรางที่รัฐบาลชุดเดิมขุดไว้ลึกมาก ส่องตัวแปรที่สำคัญหลากหลายด้านจะเห็นทิศทางเศรษฐกิจและอนาคตของไทย
หลังจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาปฏิรูปประเทศไทย แต่การจะผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดต้องใช้ระยะเวลาสั้นคงเป็นเรื่องยาก เพราะหลุมพรางที่รัฐบาลชุดเดิมขุดไว้ลึกมาก ส่องตัวแปรที่สำคัญหลากหลายด้านจะเห็นทิศทางเศรษฐกิจและอนาคตของไทย
ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ ผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยจะดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลก จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะนี้เศรษฐกิจในยุโรปยังอ่อนแอ ส่วนจีนเศรษฐกิจชะลอการเติบโต โดยมีอเมริกาและญี่ปุ่นเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอก อาทิ การเกิดโรคระบาดสัตว์เลี้ยงและอีโบลา ขณะเดียวกันธุรกิจไทยต้องผจญกับการแข่งขันทั่วโลก ทั้งเวียดนาม อินเดีย จีน หรือกระทั่งอเมริกาใต้ กลายเป็นคู่แข่งส่งออกที่มาแรง
ตัวแปรที่จะผลักดันให้ภาคการส่งออกของไทยขยายตัวได้ หลังจากติดลบต่อเนื่องมา 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2556-2557 ต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน ทั้งพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ ต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และสิ่งสำคัญคือ การพัฒนานวัตกรรม เพราะจะช่วยให้สินค้ามีความแตกต่างจากคู่แข่ง การแข่งขันด้านสงครามราคาก็จะลดลง
ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องมีนโยบายด้านแรงงานชัดเจน เพราะอนาคตไทยจะขาดแคลนแรงงาน รวมถึงควรสนับสนุนการลงทุนขยายฐานการผลิตต่างประเทศ และสุดท้ายขจัดระบบการทำงานข้าราชการล่าช้ากระทบต่อการส่งออก หากทำได้จะเป็นภูมิคุ้มกันให้กับภาคการส่งออกให้ไทยแข็งแกร่ง
ขณะที่มุมมองของ ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ตัวแปรอนาคตของประเทศไทยส่วนหนึ่งมาจากประเทศจีน หลังจากปี 2563 เศรษฐกิจจีนจะใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลกแทนที่อเมริกา โดยมีญี่ปุ่นและอินเดียเป็นประเทศที่มีอิทธิพลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทวีปเอเชีย ส่วนไทยมีภูมิประเทศที่เป็นจุดยุทธศาสตร์หรือเป็นศูนย์กลางในอาเซียน และทำให้จีนต้องหันมามองไทยด้วยเช่นเดียวกัน
ดังนั้น หากไทยวางโพซิชันนิ่งเป็นดิจิทัล อีโคโนมี เราต้องลงทุนพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง หากไม่ลงทุนบริษัทใหม่ๆ จะไม่มีวันเกิดขึ้น นอกจากนี้ไทยควรเร่งดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพประชากรไทยเป็นสังคมแห่งความรู้ ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษา เพื่อสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่ แทนการใช้แรงงานคนและขายแต่สินค้าราคาถูก สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ พัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้เข้าถึงได้ทุกครัวเรือน เพื่อทำให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเสมอภาคและเรียลไทม์
“ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงข้อมูลจะช่วยให้คนไทยมีการศึกษาที่ดีขึ้น พร้อมกับเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว ผมว่าไทยต้องปฏิรูป 3 มิติ ทางด้านสังคม เน้นสร้างคุณค่าสังคม มิติเศรษฐกิจ ไทยควรวางเป้าหมายให้ประเทศว่าอีกกี่ปีเราจะก้าวไปในทิศทางใด จากปัจจุบันยังไร้เป้าหมาย และมิติการบริหารประเทศ เสนอ 7 ป. คือ เป้าหมาย เปรียบเทียบ โปร่งใส ปฏิวัติ ประเมิน ปรับปรุง และปลูกฝัง เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง”
บรรยง พงษ์พานิช คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า ปีหน้าจะเป็นปีที่สำคัญของไทย เพราะทุกคนเฝ้ามองผลจากการปฏิรูปการเมืองจะทำได้จริงหรือไม่ แต่การเติบโตของประเทศไม่ควรมองในเชิงตัวเลขหรือการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ
อนาคตของไทยจะดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการบริหารประเทศของรัฐบาล 3 ด้าน คือ 1.ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเติบโต 2.ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่งคั่ง และ 3.ทำอย่างไรให้รายได้กระจายทั่วประเทศ
หลักการปฏิรูปไทยมีด้วยกัน 3 ด้าน 1.ต้องลดการบริหารงานของภาครัฐให้ลดลง เพราะมองว่ารัฐควรมีหน้าที่เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น 2.ขจัดคอร์รัปชั่นให้ไทย เพราะนำมาซึ่งความหายนะของประเทศ อย่างเช่นที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ แต่ล่าสุดไทยถูกจัดอันดับประเทศที่มีความโปร่งใสจากอันดับที่ 60 มาเป็น 102 และฟิลิปปินส์จากอันดับ 127 เป็น 92 ตามมาด้วย 3.ยกเครื่องประสิทธิภาพ นอกจากนี้สื่อต้องทำหน้าที่เสนอข่าวสารข้อเท็จจริงให้กับประชาชนรับรู้
อนาคตของไทยจะก้าวเป็นผู้นำในอาเซียน เศรษฐกิจไทยจะเติบโตโดยไร้พึ่งพาการส่งออกได้หรือไม่นั้น หลักๆ คงมาจากการปฏิรูปประเทศไทยในช่วง 1 ปีนับจากนี้ รัฐบาลคงจะเลือกแก้ไขปัญหาที่ใหญ่ๆ และสำคัญ ซึ่งสร้างผลกระทบในวงกว้าง รวมทั้งต้องเป็นเรื่องที่เร่งด่วนทำได้ในยุคที่รัฐมนตรีมาจากรัฐบาลทหารเท่านั้น พร้อมกับขจัดตัวแปรที่เป็นปัจจัยลบขวางทางก้าวหน้าของประเทศไทย







