
โยน "ปรีดิยาธร" ผ่าทางตัน แก้กฏหมายค้ำกู้
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
ปมปัญหาธนาคารพาณิชย์จะเริ่มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ หลังจากที่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยเรื่องการค้ำประกันและจำนองที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา 3 วาระรวด กลายเป็นเรื่องที่สร้างผลกระทบแก่ประชาชนที่จะกู้ยืมเงินและกระทบกับธนาคารที่จะให้เงินกู้
ประชาชนที่ต้องการเงินเพื่อไปประกอบธุรกิจหรือซื้อบ้านอยู่อาศัย ก็จะขอเงินกู้ยากขึ้น ส่วนธนาคารพาณิชย์ก็จะขยายสินเชื่อได้น้อยลง ส่งผลกระทบต่อกำไรจากการประกอบการด้วย ซึ่งทั้งคู่ได้รับผลเสียไม่แตกต่างกัน
เมื่อกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาและจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ อาจจะสายเกินไปที่จะแก้ไขเรื่องนี้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ จะเป็นผู้หาทางแก้ไขในเรื่องนี้เอง
ผู้ถูกตำหนิที่ปล่อยให้กฎหมายผ่านสภาอย่างไม่รอบคอบนี้ กลายเป็นตัวแทนของภาคธุรกิจที่นั่งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมีตัวแทนจาก 3 สมาคม ที่เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่ถูกมองว่าไม่ทักท้วงตั้งแต่แรก
หลายฝ่ายสงสัยว่าก่อนจะผ่านร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ...) พ.ศ.... ว่าด้วยเรื่องการค้ำประกันและจำนองที่แก้ไขใหม่ จนประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศ 90 วัน หรือประมาณกลางเดือนก.พ. ปีหน้านั้น หลายคนส่งสัยว่าทำไมทางสมาคมธนาคารพาริชย์ไม่ทักท้อวงไปตั้งแรกหากมองว่าการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้เป็นปัญหาต่อการทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์
เรื่องนี้ ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า อยากขอความเห็นใจว่าการผ่านกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก ได้เห็นร่างกันก็ใกล้วันจะผ่านกฎหมายแล้ว ทำให้ตั้งตัวกันไม่ทัน ขนาด บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย ยังได้รับเอกสารก่อนไม่กี่วัน กว่าจะส่งถึงสมาคมและเรียกหารือกับสมาชิกแบงก์ต่างๆ ก็ต้องใช้เวลา จะคุยแบงก์ใดแบงก์หนึ่งก็ไม่ได้ มีขั้นตอนพอสมควร
“เราต้องเตรียมเอกสาร ข้อมูล และข้อสังเกตข้อดีและข้อเสียของกฎหมายไม่ทัน แน่นอนข้อดีของกฎหมายเห็นได้ชัดว่าต้องให้การคุ้มครองผู้ค้ำประกัน ซึ่งทางสมาคมก็เห็นด้วย แต่เราไม่คิดว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์กันเร็วขนาดนี้
หากจะคุ้มครองผู้ค้ำประกันจริงๆ ก็สามารถแก้ไขด้วยวิธีการอื่น คือ แก้ที่กฎหมายลูกหรือระเบียบปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ได้ ไม่ต้องไปแก้ที่กฎหมายหลักที่กระทบขั้นตอนการปล่อยสินเชื่อเช่นนี้” เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ระบุ
สำหรับผลกระทบต่อกฎหมายฉบับนี้ ที่สถาบันการเงินได้รับนั้นยอมรับว่าแต่ละแห่งได้รับผลกระทบแตกต่างกัน ทำให้ออกมาแสดงความเห็นที่ต่างกันไป แต่ที่ชัดเจนคือกฎหมายฉบับนี้สร้างผลกระทบต่อขั้นตอนในการปล่อยสินเชื่อจริงๆ เพราะทำให้ความเสี่ยงในการปล่อยกู้สูงขึ้น หลังกฎหมายต้องการคุ้มครองผู้ค้ำประกันให้มากขึ้น
ผลกระทบที่ตามมา คือ กระบวนการอนุมัติที่ยากขึ้น เนื่องจากธนาคารผู้กู้มีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะเดิมตามหนี้ได้จากผู้ค้ำประกันและบังคับหลักทรัพย์ได้ไม่จำกัดเวลา ซึ่งเรื่องนี้มันทำให้ปัญหาย้อนกลับมาที่ผู้ขอกู้ กู้เงินได้ยากขึ้นหรือวงเงินกู้ลดลงหรือต้องเพิ่มหลักประกัน กลายเป็นว่ารายย่อยหรือธุรกิจรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อยากขึ้น
นอกจากผู้กู้เงินสินเชื่อปกติจะลำบากแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือสินเชื่อประเภทเช่าซื้อรถยนต์ หรือลีสซิ่ง เพราะปกติมีการให้วงเงินกู้สูงครอบคลุมราคารถมากที่สุด แต่ต่อไปนี้จะกู้ซื้อรถยนต์ยากขึ้นโดยเฉพาะกับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน จะทำให้มีลูกหนี้จำนวนมากออกไปกู้นอกระบบมากขึ้น ทำให้ธุรกิจลีสซิ่งที่น่าจะไปได้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาและเริ่มฟื้นตัวได้จะชะลอออกไปอีก
เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาจากการผ่านกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลจากบางส่วนที่ได้มีการหารือกันไปบ้างแล้ว “คนมองว่าทำไมแบงก์รู้ปัญหาแล้วไม่ทักท้วง ทั้งที่ในกรรมาธิการก็มีตัวแทนจากฝั่งธนาคาร มีประธานสมาคมธนาคารไทยเข้าร่วมพิจารณากลั่นกรองด้วยอยู่แล้วนั้น ผมอยากขอความเห็นใจว่าการผ่านกฎหมายมันเร็วมาก เห็นร่างกันก็ใกล้วันจะผ่านกฎหมายแล้ว ทำให้ตั้งตัวกันไม่ทัน เพราะขนาดคุณบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทยยังได้รับเอกสารก่อนไม่กี่วัน กว่าจะส่งถึงสมาคมและเรียกหารือกับสมาชิกแบงก์ต่างๆ มันก็ต้องใช้เวลา จะคุยแบงก์ใดแบงก์หนึ่งก็ไม่ได้ มีขั้นตอนพอสมควรทำให้เตรียมเอกสารและข้อมูลข้อสังเกตต่อกฏหมายไม่ทัน ปรึกษาหารือข้อดํข้อเสียของกฎหมายกันไม่ทัน แน่นอนข้อดีในการคุ้มครองผู้ค้ำประกันสมาคมก็เห็นด้วย แต่เราไม่คิดว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายสำคัญอย่างพ.ร.บ.เพ่งและพาณิชย์กันเร็วขนาดนี้ เพราะหากจะคุ้มครองผู้ค้ำประกันจริงๆ ก็สามารถแก้ไขที่วิธีการ คือ แก้ที่กฎหมายลูกหรือระเบียบปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ก้ได้ ไม่ต้องไปแก้ที่กฏหมายหลักที่กระทบขั้นตอนการปล่อยสินเชื่อเช่นนี้” เลขาสมาคมธนาคารไทยระบุ







