
รู้จีน
สัปดาห์ที่แล้วมีการประชุมใหญ่ๆ ติดกันถึง 3 งาน เริ่มต้นด้วยการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ตามด้วยการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (อาเซียน ซัมมิต) และการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี20
สัปดาห์ที่แล้วมีการประชุมใหญ่ๆ ติดกันถึง 3 งาน เริ่มต้นด้วยการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ตามด้วยการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (อาเซียน ซัมมิต) และการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี20
แต่ในบรรดาการประชุมใหญ่ทั้งสามเวที ผมคิดว่าไม่มีผู้นำประเทศไหนน่าจับตาเท่าผู้นำประเทศจีน
เริ่มต้นจากเวทีแรก ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน สร้าง “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ใหญ่โตไปทั่วโลก ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม แต่ไม่ยอมโอภาปราศรัยขณะจับมือกับนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น แถมทำหน้าบึ้งตึงใส่อีกต่างหาก
จริงๆ ผู้นำจีนเองมีเรื่องให้ขุ่นเคืองผู้นำญี่ปุ่นหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการไปสักการะศาลเจ้ายาสุคุนิ เรื่องข้อพิพาททางทะเล ตลอดจนการแสดงความคิดเห็นของคณะรัฐมนตรีชาวญี่ปุ่นต่อจีนหลายครั้ง
แต่การส่งสัญญาณจับมือบึ้งตึงครั้งนี้ น่าจะทำให้ผู้นำอาเซียนรวมถึงนักธุรกิจอาเซียนที่คิดจะค้าขายกับจีน ควรระวังตัวให้ดีว่า นอกจากจะต้องสร้างสมดุลระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังอาจต้องสร้างสมดุลระหว่างจีนและญี่ปุ่นด้วย
ต่อมาเวทีที่สอง ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียง ของจีน ประกาศสนับสนุนงบประมาณ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้อาเซียน
เรื่องนี้ทำให้เราต้องตระหนักอีกว่า จีนต้องการจะเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้อย่างมาก
สำหรับเวทีสุดท้าย จีนไม่ค่อยมีบทบาทอะไรมาก เพราะกลายเป็นเวทีกินโต๊ะประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เพราะผู้นำสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น รุมผู้นำรัสเซียเรื่องบทบาทในยูเครน จนผู้นำรัสเซียเดินทางกลับก่อนจบการประชุม
แม้รัสเซียน่าจะเป็นพันธมิตรของจีนมากที่สุดประเทศหนึ่งในเวทีนี้ แต่เมื่อรัสเซียโดนรุม จีนก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก
บทบาทของจีนทั้งสามเวที เป็นเรื่องที่อาเซียนควรจะเรียนรู้เพื่อปรับท่าทีของตัวเองให้ดีครับ ถึงตอนนี้ “รู้ใจ” เพื่อนบ้านอย่างเดียวไม่เพียงพอหรอกครับ ต้อง “รู้จีน” ด้วย อาเซียนจึงจะอยู่รอด







