posttoday
เปิดเกมปรับโครงสร้างเบนซิน-ดีเซล-แอลพีจีเจอดี

เปิดเกมปรับโครงสร้างเบนซิน-ดีเซล-แอลพีจีเจอดี

19 พฤศจิกายน 2557

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

ปฏิบัติการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งแอลพีจี น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ ของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) อย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นสัญญาณชัดว่า หลังจากนี้ไปประชาชนคนไทยต้องควักเงินซื้อพลังงานตามราคาตลาดโลก

บรรดาเจ้าของรถจักรยานยนต์ รถยนต์ที่ใช้เบนซิน 24.4-24.5 ล้านคัน รถยนต์ที่ใช้ดีเซล 8.8 ล้านคัน รถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจี 1.2 ล้านคัน และรถยนต์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี 4 แสนคัน เตรียมจ่ายเงินเพิ่ม เช่นเดียวกับครัวเรือนที่ใช้ก๊าซหุงต้มก็เตรียมเงินไว้ให้พร้อม

นั่นเพราะมติของ กบง.ที่สั่งปรับลดการอุดหนุนราคาขายปลีกของก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนและภาคขนส่งลง 0.4673 บาท/กก. เพื่อให้สะท้อนต้นทุนแท้จริงของตลาดโลก ส่งผลให้ราคาขายปลีกแอลพีจีภาคครัวเรือนและขนส่งปรับเพิ่มขึ้น 50สตางค์/กก. ทำให้ราคาปรับขึ้นมาเป็น 22.63 บาท/กก. เป็น 23.13 บาท/กก. นั้น เป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น

ทั้งนี้ เนื่องจากนโยบายในการยกเลิกอุดหนุนราคาพลังงานเพื่อใหราคา้แอลพีจีสะท้อนตลาดโลกได้เร็วขึ้นนั้น จะทำให้รัฐบาลจะต้องลดการอุดหนุนราคาอีก 1.30 บาท/กก. หากคิดจากราคาแอลพีจีตลาดโลกในขณะนี้ราคาขายปลีกแอลพีจีจะอยู่ที่ 24 บาท/กก.

เท่ากับว่า ในอนาคตครัวเรือนที่ใช้ก๊าซหุงต้มจะต้องควักเงินเพิ่มในการซื้อก๊าซขนาด 15 กก. อีกถังละ 14 บาท เป็นอย่างน้อย

ขณะเดียวกัน การคิกออฟแบบเร่งด่วนด้วยการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 60 สตางค์/ลิตร ยกเว้นแก๊สโซฮอล์ อี85 ที่ราคาคงเดิม แม้ในขณะนี้จะมีราคาลดลงแต่มิได้หมายความว่าจะลงตลอดกาล เพราะน้ำมันแค่ปรับฐานเท่านั้น

กบง.จึงใช้จังหวะที่ราคาน้ำมันโลกลดลงกว่า 3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในระยะ 23 วันที่ผ่านมา จนทำให้ค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันขยับขึ้นเป็น 2.50-2.60 บาท/ลิตร ปรับลดราคาขายปลีกลงมา แต่ได้ปรับอัตราการนำส่งเงินเข้ากองทุนเชื้อเพลิงในส่วนของดีเซลอีก 60 สตางค์/ลิตร จาก 3.70 บาท/ลิตร เป็น 4.30 บาท/ลิตร ทำให้ราคาขายปลีกดีเซลอยู่ที่ 29.39 บาท/ลิตร

นั่นหมายถึงว่า แม้ราคาน้ำมันโลกจะลดลงอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มลดลงได้อีก แต่จะไม่มีผลทำให้ราคาขายปลีกดีเซลขยับปรับตัวลง

ยิ่งรัฐบาลส่งสัญญาณว่าจะหาเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จนเต็มถัง ลำพังการปรับขึ้นรอบนี้ก็ทำให้เงินไหลเข้าเพิ่มจาก 36 ล้านบาท/วัน เป็น 273ล้านบาท/วัน หรือเดือนละ 9,000 ล้านบาท

และจะไม่หยุดแค่นี้ในระยะเวลาอันใกล้นี้หรือต้นปีหน้าจะมีการบริหารจัดการโดยโครงสร้างราคาดีเซล ด้วยการสลับอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของดีเซล ไปเป็นการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 4 บาทแทน

ส่งผลให้ผู้ใช้น้ำมันดีเซลที่ปัจจุบันมีการใช้อยู่วันละ 60 ล้านลิตรทั่วประเทศ และเคยได้รับการโอบอุ้มจากภาครัฐจะได้รับผลกระทบไปเต็มๆ

แม้รัฐบาลจะพยายามกล่าวอ้างว่า ขณะนี้พฤติกรรมของการใช้ดีเซลไม่ใช่รถภาคขนส่งอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะปัจจุบันค่ายรถยนต์ได้นำรถยนต์หรู หรือรถประเภทอเนกประสงค์มาติดเครื่องยนต์ดีเซลในการทำตลาด จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนกลับมาว่า ภาครัฐในอีดตเดินทางผิดกับนโยบายตรึงราคาดีเซลเพื่อช่วยเหลือภาคขนส่งไม่ให้มีต้นทุนจนกระทบต่อราคาสินค้า

แต่จากข้อมูลแล้ว ผู้ใช้น้ำมันดีเซลอยู่กว่า 8.8-8.9 ล้านคันนั้น คือคนชั้นล่างในระดับที่กำลังก่อร่างสร้างตัวและเป็นเกษตรกรเกือบ 90%

ดังนั้น การลอยตัวราคาดีเซลหรือทำให้ราคาดีเซลสะท้อนราคาตลาดโลกมากขึ้นนั้นกระเทือนต่อคนกลุ่มนี้อย่างแน่นอน

ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน กล่าวว่า จะเร่งทยอยปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนและเกิดความเป็นธรรม รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตที่ดีเซลจะต้องสูงขึ้นและกลุ่มเบนซินจะต้องลดลง โดยทั้งหมดจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 ปี

“หลายคนถามว่า เหตุใดรัฐไม่ปรับขึ้นแอลพีจีไปรวดเดียว ก็ต้องเข้าใจว่าคนที่ไปติดรถยนต์เครื่องแอลพีจีไปแล้ว เพราะคิดว่าราคาจะถูกอย่างนี้ไปตลอด ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของเขา ดังนั้นรัฐกำลังให้สัญญาณใหม่เพื่อที่จะได้มีเวลาปรับตัว เราจะค่อยๆ ขยับราคาพลังงานที่ต่ำกว่าเป็นจริงไปเรื่อยๆ ไปสู่ราคาที่ถูกต้อง ดังนั้นราคาเบนซินและแก๊สโซฮอล์อนาคตจะต้องถูกลงและดีเซลจะต้องแพงขึ้น”รมว.พลังงาน ส่งสัญญาณ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท