
ท้วงสัญญาจัดซื้อโบกี้รถไฟ
ชี้เอกชนขาดคุณสมบัติลุยสอบราคากลางประจินเผยไจก้าจีนสนให้กู้สุวรรณภูมิ
ชี้เอกชนขาดคุณสมบัติลุยสอบราคากลางประจินเผยไจก้าจีนสนให้กู้สุวรรณภูมิ
สตง.ขอคมนาคมทบทวนสัญญาจัดซื้อโบกี้รถไฟ รฟท. 4,600 ล้านบาท ชี้เอกชนขาดคุณสมบัติ
นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ขอให้ทบทวนการจัดซื้อรถโดยสารรุ่นใหม่สำหรับให้บริการเชิงพาณิชย์ 115 คัน มูลค่า 4,668 ล้านบาท ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เนื่องจากพบว่า บริษัท เขาหลัก แบมบู ออร์คิด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในกิจการร่วมค้าบีบีซี ซึ่งชนะการประมูลโครงการนี้เป็นนิติบุคคลที่ล้มละลาย และก่อนหน้านี้บริษัทได้ยื่นคำขอฟื้นฟูกิจการยังศาลล้มละลายกลาง แต่ศาลมีคำพิพากษาแล้วว่าการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ไม่อาจทำได้
“เมื่อคุณสมบัติของคู่สัญญามีปัญหา ถ้าจ่ายเงินไปแล้วศาลอายัดทรัพย์จะทำอย่างไร อีกอย่างเรื่องนี้ สตง.และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) มีข้อท้วงติงและตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ ก็ไม่รู้จะเร่งรวบรัดลงนามในสัญญาทำไม” นายพิศิษฐ์ กล่าว
นายพิศิษฐ์ ระบุว่า สตง.กำลังตรวจสอบราคาจัดซื้อโบกี้รถโดยสารดังกล่าวว่าผิดปกติหรือไม่ ซึ่งพบว่าราคาอยู่ในเกณฑ์ที่สูงและต้องตรวจสอบว่าการประมูลมีการแข่งขันหรือไม่
เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. ลงนามร่วมกับ นายประสิทธิ์ โพธสุธน ผู้แทนจากกิจการร่วมค้าบีบีซี ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัท เขาหลักแบมบู ออร์คิด บริษัท ร่วมมิตรเหมืองแร่ และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น ในสัญญาจัดซื้อรถโดยสารรุ่นใหม่ดังกล่าว
นอกจากนี้ สตง.ยังขอให้ทบทวนโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกช่วงฉะเชิงเทราคลองสิบเก้าแก่งคอย สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทราคลองสิบเก้าวิหารแดง และช่วงบุใหญ่แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยง 3 แห่ง ของรฟท. เพราะเห็นว่าราคากลางสูงเกินจริง
นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รักษาการผู้ว่าการ รฟท. ยืนยันว่า การลงนามสัญญาจัดซื้อรถโดยสารรุ่นใหม่ 115 คัน กับกิจการร่วมค้าบีบีซี คณะกรรมการ รฟท. ได้พิจารณาข้อเสนอแนะจาก สตง. อย่างรอบคอบแล้วก่อนตัดสินใจลงนามในสัญญา โดยมีมติเห็นชอบร่วมกันว่าไม่น่าจะเกิดความเสียหาย ขณะที่บริษัท เขาหลัก แบมบูออร์คิด ไม่ได้เป็นบริษัทล้มละลาย แต่บริษัทอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเร่งรัดให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ลงทุนโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 วงเงิน 6.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นมีสถาบันการเงินต่างชาติอย่างน้อย 2 ราย คือ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) และธนาคารสัญชาติจีน สนใจปล่อยเงินกู้ในโครงการดังกล่าว แต่ ทอท.คงจะใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศก่อน







