
บจ.เอ็มเอไอแย่1ใน4ยังขาดทุนดันพี/อีสูงเป็นปี
บริษัทในเอ็ม เอ ไอ 25% ขาดทุน ทำให้ตลาดเทรดด้วยพี/อีสูงลิ่วอีกนานเป็นปี
บริษัทในเอ็ม เอ ไอ 25% ขาดทุน ทำให้ตลาดเทรดด้วยพี/อีสูงลิ่วอีกนานเป็นปี
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เปิดเผยว่า ภายหลังผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ออกมา พบว่า บจ.ในเอ็ม เอ ไอ สัดส่วนถึง 1 ใน 4 ยังมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ ทำให้อัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ลดลงเล็กน้อยเหลือระดับ 72 เท่า จากก่อนหน้านี้เคยสูงถึง 77 เท่า
อย่างไรก็ตาม คาดว่าคงจะใช้เวลาเป็นปีกว่าค่าพี/อีของตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ จะลดลงต่ำเป็นระดับปัจจุบัน เพื่อให้การเติบโตของกำไรเติบโตทันกับราคาหุ้น
สำหรับมาตรการสกัดการซื้อขายหุ้นที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ ซึ่งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะมีการประชุมในวันที่ 19 พ.ย.นี้นั้น ไม่ทราบถึงรายละเอียด แต่ประเมินว่าอาจส่งผลต่อราคาหุ้นในเอ็ม เอ ไอ และเป็นผลให้ค่าพี/อีลดลงบ้าง รวมไปถึงอาจกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนหุ้นไอพีโอในเอ็ม เอ ไอ
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ กล่าวว่า หุ้นเข้าใหม่ในเอ็ม เอ ไอ ในปีนี้ จะทำได้สูงถึง 20 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) หุ้นเข้าใหม่รวมกัน 4 หมื่นล้านบาท โดยจำนวนหุ้นเข้าใหม่สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะมีหุ้นเข้าใหม่ 16 บริษัท ได้รวมบริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ (JSP) ซึ่งได้เปลี่ยนการเข้าตลาดจาก SET มาเป็นเอ็ม เอ ไอ เพราะขาดคุณสมบัติเรื่องผลประกอบการ
ด้าน นายทนงศักดิ์ มโนธรรมรักษา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งจะนำหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เข้าซื้อขายในตลาดเอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 19 พ.ย.เป็นวันแรก ในราคาหุ้นละ 2.60 บาท ว่า แนวโน้มผลประกอบการในปี 2558 ยังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ปีนี้จะขยายตัวสูงกว่า 200% เนื่องจากบริษัทมีเป้าหมายโอนโครงการ “สำเพ็ง 2” กว่า 3,000 ล้านบาท ให้กับลูกค้าได้ครบทั้งหมด ขณะที่ยังมีแผนขยายโครงการอย่างต่อเนื่องทั้งสี่เฟส
ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 บริษัทมีกำไรทั้งสิ้น 67 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ 14 ล้านบาท และรวม 9 เดือน มีกำไรสุทธิทั้งหมด 418 ล้านบาท พลิกจากที่มีขาดทุนสุทธิ 18 ล้านบาท ในระยะเดียวกันปี 2556
ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2557 คาดว่ามียอดขายรอโอนกว่า 7,000 ล้านบาท และมีโครงการที่รอขายอีกกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมเปิดขายคอนโดมิเนียมในโครงการสำเพ็ง 2 อีก 2,800 ยูนิต มูลค่าโครงการราว 4,100 ล้านบาท ในสัปดาห์นี้
“การเข้าเอ็ม เอ ไอ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัท พี/อีต่ำกว่า 1 เท่า และรองรับแผนการขยายธุรกิจ โดยบริษัทจะนำเงินไปใช้ในการซื้อที่ดิน รองรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แถบชานเมืองและปริมณฑล สร้างความเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายทนงศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าบริษัทมองโอกาสที่จะย้ายจากตลาดเอ็ม เอ ไอ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังจากการดำเนินงานครบตามเกณฑ์ และ JSP เป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปีนี้ของตลาดเอ็ม เอ ไอ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ 10,920 ล้านบาท







