posttoday
สินค้าแข่งราคาอ่วม ไอ.ซี.ซี. ปรับทัพลดเสี่ยง

สินค้าแข่งราคาอ่วม ไอ.ซี.ซี. ปรับทัพลดเสี่ยง

19 พฤศจิกายน 2557

ในยุคที่ประเทศไทยยังประสบภาวะการจับจ่ายชะงักงัน หลังเจอพิษเศรษฐกิจการเมืองต่อเนื่องในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด รวมถึงบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนไทยตลอด 50 ปี ก็ต้องปรับทัพธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินค้าแฟชั่นอย่างเดียวเช่นกัน

ในยุคที่ประเทศไทยยังประสบภาวะการจับจ่ายชะงักงัน หลังเจอพิษเศรษฐกิจการเมืองต่อเนื่องในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด รวมถึงบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนไทยตลอด 50 ปี ก็ต้องปรับทัพธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินค้าแฟชั่นอย่างเดียวเช่นกัน

“ทุกวันนี้สินค้าแข่งกันลดราคาจนน่วมกันทุกคน ถ้าลดอีกคงเข้าเนื้อแล้ว เราจะทำยังไงไม่ให้ลดจนขาดทุนในภาวะที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้น” บุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว

จากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้น แม้ขณะนี้จะมีรัฐบาลเข้ามาดูแลและมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของ คสช. ที่เข้มงวดเรื่องเงินนอกระบบ หรืออีซี่มันนี่ ที่ทำให้คนจับจ่ายเกินกำลังซื้อมาก่อนหน้านี้ ชะลอการซื้อลง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้คนปรับพฤติกรรมการใช้เงินตามรายได้ที่หาได้จริงมากขึ้น โดยคาดว่าต้องใช้เวลาไปจนถึงไตรมาส 2 ของปี 2558 จึงจะเริ่มเห็นกำลังซื้อกลับมาชัดเจน ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมาแล้ว

ในส่วนของไอ.ซี.ซี.ฯ เอง ในปีนี้ยอมรับว่ารายได้จะลดลงประมาณ 10% จากปี 2556 ที่มีรายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท จากปัจจัยลบดังกล่าว แต่ยังถือว่าดีกว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ยอดขายของบริษัทลดลงถึง 30% ซึ่งจากยอดขายที่ลดลง ทำให้บริษัทต้องหันมาควบคุมค่าใช้จ่ายภายในและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรมากขึ้น ส่วนปีหน้าที่คาดว่าแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวจะทำยอดขายเติบโตได้ 5%

“เราจะทำธุรกิจให้พิถีพิถันขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ รวมทั้งเน้นการบริหารสต๊อกสินค้าที่เป็นตัวแบกรับต้นทุน ด้วยการลดสต๊อกสินค้าเพื่อให้เหมาะสมกับการทำตลาด ซึ่งความท้าทายของบริษัทนับจากนี้ คือ ทำยังไงให้ถึงยอดขายได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ในภาวะเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน และการคุมเข้มของรัฐบาลทำให้กำลังซื้อที่เคยมีหดตัวไป”

ขณะเดียวกัน ไอ.ซี.ซี.ฯ ได้เริ่มกระจายความเสี่ยงในการทำธุรกิจหลังจากมุ่งเน้นธุรกิจแฟชั่นมานานถึง 50 ปี และมีสินค้าหลากหลายกว่า 200 แบรนด์ เนื่องจากธุรกิจเดิมมีฐานตลาดใหญ่และเป็นตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง และสินค้าแฟชั่นมักได้รับผลกระทบหากเกิดปัจจัยลบต่างๆ

ดังนั้น บริษัทจึงเริ่มสร้างอีก 2 ขาธุรกิจขึ้นมาเพื่อลดความเสี่ยง เริ่มจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยการร่วมกับกลุ่มชาญอิสสระ จัดตั้งบริษัท ร่วมอิสสระ ขึ้น เพื่อพัฒนาโครงการทิวทะเล บริเวณถนนเพชรเกษม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี บนเนื้อที่ 90 ไร่ ในรูปแบบมิกซ์ยูส ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม คอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งล่าสุดได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแล้ว 3 เฟส

นอกจากนี้ ยังร่วมทุนกับกลุ่มโตคิว ประเทศญี่ปุ่น พัฒนาโครงการบ้านเช่าที่บริเวณใกล้คอมมูนิตี้มอลล์ เจ พาร์ค ศรีราชา เพื่อเจาะกลุ่มคนญี่ปุ่นที่มาทำงานในย่านดังกล่าว และล่าสุดได้จัดตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ WBRE ขึ้น เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง เริ่มจากโครงการทาวน์เฮาส์ชื่อ บ้านรักศรีราชา ขนาด 200 ยูนิต ราคา 1 ล้านต้นๆ บนพื้นที่ 20 ไร่ รวมมูลค่าโครงการกว่า 500 ล้านบาท คาดเสร็จปลายปี 2557 นี้

“เราจะนำแลนด์แบงก์ที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาก่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์ ซึ่งยังมีอีกหลายแปลงในหลายทำเล เพราะถึงเวลาแล้วที่เราต้องทำอะไรใหม่ๆ เพื่อขยายขาธุรกิจโดยไม่พึ่งพาจากธุรกิจเดียวกัน”

สำหรับธุรกิจที่จะสร้างรายได้ขาที่ 3 มาจากธุรกิจทีวีช็อปปิ้ง โดยเกิดจากการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น ยักษ์ใหญ่ทีวีช็อปปิ้งญี่ปุ่น, ไอ.ซี.ซี.ฯ และบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล ตั้งบริษัท ช้อป โกลบอล (ประเทศไทย) ขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจสถานี SHOP CH. (ช้อป ชาแนล) ผ่านช่องสัญญาณดาวเทียม PSI ช่อง 62 ในระบบ C Band ตั้งแต่กลางปี 2556 ที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมาย 5 ปี ทำยอดขายมากกว่า 3,000 ล้านบาท การขยับขยาย 2 ธุรกิจใหม่ครั้งนี้ แม้ในแง่ตัวเงินที่ทำรายได้เข้าไอ.ซี.ซี.ฯ จะยังบอกเป็นตัวเลขชัดเจนไม่ได้ แต่ บุญเกียรติ คาดว่าภายใน 35 ปีจากนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทีวีช็อปปิ้ง จะสร้างผลกำไรให้บริษัทได้ไม่ต่ำกว่า 10% ต่อกลุ่มธุรกิจ หรือเป็นกำไรภาพรวมประมาณ 20%

ขณะเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนยอดขายช่วงโค้งสุดท้ายของปี ไอ.ซี.ซี.ฯ ยังได้จัดกิจกรรมการตลาดครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ Let’s Shop ICC โชคดีทุกวัน เที่ยวเมืองแฟชั่นทุกเดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2557ก.พ. 2558 ด้วยงบการตลาดกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งนำแบรนด์ที่มีหลากหลายกว่า 200 แบรนด์ มาจัดรายการร่วมกันและทำการตลาดเต็มที่ จากปีก่อนที่เริ่มทดลองจัดงานลักษณะนี้มาแล้วพบว่าได้รับผลตอบรับที่ดี

นี่คือการปรับตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่สายพันธุ์ไทย ที่มุ่งสร้างการเติบโตในธุรกิจเก่า ควบคู่กับการลงหลักปักฐานในธุรกิจใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงในระยะยาวต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท