posttoday
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯตค.แตะ87.5ดีขึ้นเล็กน้อย

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯตค.แตะ87.5ดีขึ้นเล็กน้อย

19 พฤศจิกายน 2557

สอท. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือนต.ค.อยู่ที่ 87.5 กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย หลังได้อานิสงส์จากออเดอร์ช่วงปลายปี รัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ

สอท. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือนต.ค.อยู่ที่ 87.5 กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย หลังได้อานิสงส์จากออเดอร์ช่วงปลายปี รัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.2557 จำนวน 1,144 ราย ครอบคลุม 42 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 87.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ระดับ 86.1 สาเหตุที่ทำให้ค่าดัชนีเดือนนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากปรับตัวลดลง 2 เดือนติด มาจากยอดคำสั่งซื้อสินค้า (ออเดอร์) ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปลายปี โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ

นอกจากนี้เรื่องการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านที่ขยายตัวดีขึ้น ขณะเดียวกันราคาน้ำมันในตลาดโลกก็มีการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง รวมทั้งเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น จึงทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น  แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการก็ยังมีความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศอยู่ จึงอยากเห็นการเร่งรัดแผนการลงทุนและการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐให้มากขึ้น เพราะจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนของภาคเอกชน

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ 105.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.ย.ที่อยู่ระดับ 104.7 เนื่องจากได้อานิสงส์จากยอดคำสั่งซื้อและยอดขายโดยรวมดีขึ้น รวมทั้งต้นทุนประกอบการและผลประกอบการมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลเรื่องผลกระทบจากราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนลดลง

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีค่าดัชนีความเชื่อมันอยู่ในระดับสูงกว่า 100 และยังมีการปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนมีทั้งหมด 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร น้ำตาล ผู้ผลิตไฟฟ้า ปิโตรเคมี เคมี พลาสติก อลูมิเนียม และการจัดการสิ่งแวดล้อม

“แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ภาคอุตสาหกรรมเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมองว่าจีดีพีปีนี้ไม่น่าจะโตเกิน 1.5% เพราะการส่งออกและเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี หากรัฐบาลสามารถเดินหน้าได้ตามแผนโรดแมปที่วางไว้ เชื่อว่าปีหน้าจีดีพีของประเทศจะดีขึ้น โดยเฉพาะหากมีการยกเลิกกฎอัยการศึกน่าจะดึงให้การจัดประชุมนานาชาติและนักท่องเที่ยวกลับเข้ามามากขึ้น” นายสุพันธุ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนเห็นว่า รัฐบาลควรจะเร่งหามาตรการช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตรในระยะกลางและยาวให้ชัดเจนออกมา โดยเฉพาะราคาข้าวและยางพารา เพราะจะมีผลต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมทั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศด้วย เนื่องจากเมื่อเกษตรกรมีรายได้มากขึ้นก็จะเกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นตามไปด้วย แต่จะต้องปรับกลไลการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ไม่ให้เกิดปัญหาคอร์รัปชั่นเหมือนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันการลงทุนทั้งของภาครัฐที่คาดว่าปีหน้าจะโต 2 หลัก รวมทั้งการลงทุนจากภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น ประกอบการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศปีหน้าให้โตได้ถึง 4-4.5% ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท