
ไหม สร้างญี่ปุ่น (5)
ญี่ปุ่นกำลังมาถึงตอนสำคัญของการเปลี่ยนประเทศแล้วค่ะ
ญี่ปุ่นกำลังมาถึงตอนสำคัญของการเปลี่ยนประเทศแล้วค่ะ
การที่อเมริกามาบังคับให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศโดยนำเรือเข้ามายิงปืนขู่ในอ่าวเอโดะและทำสัญญาให้เปิดประเทศนั้น ในด้านหนึ่งญี่ปุ่นถือว่า เป็นการบีบคั้นหัวใจอย่างยิ่ง แต่อีกด้านหนึ่งญี่ปุ่นก็นึกว่า ทำอย่างไรเพื่อจะมีศักยภาพที่ไม่ให้ใครมาทำอย่างนี้ได้อีก
เหตุการณ์ทางการเมืองภายในญี่ปุ่นหลังจากนั้นสิบกว่าปียุ่งยากพอสมควร
มนตรีบางท่านในคณะ “บะฟุกุ” เห็นว่า “โชกุน” ต้องเลิกรวบอำนาจได้แล้ว ที่ปิดประเทศมา 200 กว่าปี แท้ที่จริงแล้วคือ การที่โชกุนปิดหู ปิดตาให้ประชาชนโง่เข้าไว้ โชกุนได้รับการสนับสนุนจากการสวามิภักดิ์ของพวก “ไดเมียว” ซึ่งมีซามูไรรับใช้ พวกซามูไรบริวารของไดเมียวถูกเลี้ยงดูให้มีชีวิตร่ำรวยจนเท่ห์เว่อร์ มีเงินสมนาคุณ มีสิทธิประโยชน์มากมาย มีข้าวสารกินเหลือเฟือ เดินไปไหนมาไหนชาวบ้านกลัวหัวหด ไม่ถูกใจกันก็ดึงดาบมาฟันกันกลางตลาด ฯลฯ
แต่เมื่อชาติตะวันตกเข้ามาพร้อมกับขายอาวุธทันสมัยและสร้างกองทหารใหม่ให้ญี่ปุ่น ความเท่ห์เว่อร์ของพวกซามูไรก็ลดลง
มีไดเมียวและซามูไรจาก 3 แห่งในญี่ปุ่น ที่เกลียดโชกุนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ถึงตอนนี้ก็เห็นว่า อำนาจของโชกุนควรกลับไปอยู่ที่จักรพรรดิ แต่พวกตนก็ไม่ชอบที่ประเทศตะวันตกเข้ามาในญี่ปุ่น แล้วทำให้บทบาทและศักดิ์ศรีของพวกซามูไรไม่ได้ดูดีเหมือนเมื่อก่อนอีก
จึงส่งผลให้เกิดกบฏซัทสึมะ โดยซามูไรที่ชื่อ ไซโกะ ทะกะโมริ ที่รบเพื่อศักดิ์ศรีซามูไรในที่สุดก็พ่ายแพ้ เขาปลิดชีวิตตัวเองด้วยการคว้านท้องและให้ลูกน้องที่สนิทบั่นคอตนเอง
หนังเรื่อง The Last Samurai หยิบเหตุการณ์ช่วงนี้มาทำเป็นหนังซึ่งนักวิจารณ์สวดกันเละ คุณสามีซึ่งเคยเลือกหนังขึ้นฉายบนเครื่องบินการบินไทยอยู่ 8 ปี บอกผู้เขียนว่า
“ไปสวดเค้าทำไม... ถ้าทำหนังแบบที่คนวิจารณ์ก็คงได้หนังสารคดีสงครามเหมือนที่ฉายในช่อง History หนังคือ The Entertainment คัทสุโมโตเป็นทั้งใช่และไม่ใช่ซามูไรที่ชื่อ ไซโกะ ทะกะโมริ Climax หนังเมื่อเนธานสวนมีดเข้าไปในพุงคัทสุโมโตเพื่อนร่วมรบเพื่อช่วยปลิดชีพ ก่อนหมดลมได้เอ่ยถึงวลีที่ได้บันทึกถึงบทเชิดชูเกียรติของ ลีโอนีดาส หัวหน้านักรบสปาร์ตา ซึ่งเป็น 1 ใน 300 คนที่ถูกสังหารที่ช่องเขาเทอโมพิเล่ในกรีซ ก็สะท้อนเจตนารมณ์ของเรื่อง The Last Samurai และเรียกคุณค่าของความเป็นซามูไรได้สง่างามยิ่ง ไม่ต่างกับความตายอันสง่างามของพวกสปาร์ตา ฉากการตายของ คัทสุโมโต ใน The Last Samurai ถือว่าเป็นบทส่งท้ายให้กับอาชีพซามูไรในญี่ปุ่นให้จบลงได้อย่างสวยงามและมีเกียรติ การทำหนังฉากตายให้สวยอย่างนั้นทำยาก” ขอยืมมาใส่ไว้หน่อยค่ะ...
แต่ซามูไรที่ชื่อ ไซโกะ ทะกะโมริ จากเมืองซัทสึมะ นี่แหละค่ะคือ The Last Samurai ตัวจริง ก่อนทำกบฏนั้นได้ขอให้โชกุนสละอำนาจจนถึงขั้นรบกัน และโชกุนก็ได้จบบทบาทลง อำนาจการปกครองสูงสุดของญี่ปุ่นกลับไปสู่จักรพรรดิอีกครั้งใน ค.ศ. 1868 หลังจากจักรพรรดิเยาว์มุสึฮิโตะขึ้นครองราชย์ 1 ปี ซึ่งเป็นรัชสมัยเมจิ จักรพรรดิมุสึฮิโตะขึ้นครองราชย์ปีเดียวกับรัชกาลที่ 5 ของสยามประเทศค่ะ
เราจะเห็นว่า บ้านเมืองญี่ปุ่นช่วง 13 ปี หลังจากที่อเมริกาเข้ามาเปิดประตูประเทศมาถึงการกลับมาสู่อำนาจของจักรพรรดินั้นวุ่นมาก แต่ความเป็นจริงในอีกหลายมิตินั้นญี่ปุ่นเคลื่อนไหวตลอดเวลา
ผู้เขียนเห็นว่า สิ่งที่มีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่นอย่างมากนั้นคือ “ความคิด” ซึ่งญี่ปุ่นช่วงนี้ก็กำลังเดินเข้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่คล้ายๆ กับอังกฤษหลังจากเกิดโรงงานสิ่งทอที่เมือง Manchester จนไปทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมสะเทือนไปทั้งยุโรป ญี่ปุ่นกำลังจะแจ้งเกิดในทิศทางเดียวกันกับอังกฤษ
ในช่วงเหตุการณ์กำลังยุ่งๆ ในญี่ปุ่นนั้น ท่าเรือน้ำลึก ถนน ทางรถไฟ โทรเลข ฯลฯ ต่างก็เดินหน้าเกิดขึ้นในญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว
ในความเจ็บปวดที่อเมริกานำเรือปืนมาขู่ให้เปิดประเทศนั้น ญี่ปุ่นหันกลับมามองตัวเองว่า หากไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ญี่ปุ่นจะต้องทำอย่างไร ญี่ปุ่นนำวิกฤตมาสร้างโอกาสโดยแท้จริง เมื่อญี่ปุ่นได้กำหนดวิสัยทัศน์ประเทศขึ้นมาว่า ประเทศญี่ปุ่นต้องเป็น Rich country, Strong military.
นั่นคือ “ประเทศมั่งคั่งและกองทัพเข้มแข็ง” เพื่อจะทัดเทียมฝรั่ง และนับตั้งแต่บัดนี้ญี่ปุ่นจะก้าวไปสู่เป้าหมายนั้นค่ะ n
(อ่านต่อวันอังคารหน้า)







