posttoday
วัดใจพาณิชย์แก้ปมนิยาม"กฏหมายต่างด้าว"

วัดใจพาณิชย์แก้ปมนิยาม"กฏหมายต่างด้าว"

18 พฤศจิกายน 2557

เรียกว่าสร้างแรงกดดันให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่น้อยเลยทีเดียว

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

เรียกว่าสร้างแรงกดดันให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อนักลงทุนต่างชาติออกมาส่งสัญญาณว่า มีกังวลเกี่ยวกับการแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่นและไม่มาลงทุนในไทยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่เปราะบาง

โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำนิยามต่างๆ ในกฎหมายธุรกิจต่างด้าวให้มีความ “เข้มงวด” มากขึ้น กระทั่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ต้องออกมาพูดและสั่งให้ชี้แจงเรื่องนี้โดยด่วน

“กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ ฉบับที่เผยแพร่อยู่บนอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ไม่ใช่ความจริง โดยฉบับจริงยังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นและขอยืนยันว่ากฎหมายที่จะออกมาจะต้องสนับสนุนการค้าการลงทุน ลดขั้นตอนการอนุญาตและไม่กระทบกับบริษัทที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้” พล.อ.ฉัตรชัย ย้ำ

สอดคล้องกับ ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ระบุว่า สถานะล่าสุดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวยังไม่ได้มีการจัดทำร่าง พ.ร.บ. เพียงแต่อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งต้องระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่าย โดยยืนยันว่าการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายจะต้องส่งเสริมการลงทุนและไม่สร้างผลกระทบกับธุรกิจต่างชาติรายเดิมในไทย

ในขณะที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์และฝ่ายนโยบายได้ให้นโยบายกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไว้ใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1.ต้องส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ 2.ลดขั้นตอนการประกอบธุรกิจของต่างชาติ 3.อำนวยความสะดวกทางด้านการค้าและการลงทุน และ 4.ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายเดิม โดยที่ผ่านมามีการรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาแล้ว 3 ครั้ง และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือน ธ.ค. ก่อนเสนอ รมว.พาณิชย์ เพื่อจัดทำเป็นร่างกฎหมายเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

แต่กระนั้นด้วยเนื้อหาที่กรมตั้งเป็น “ตุ๊กตา” ในการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ต้องถือว่ามีความอ่อนไหวพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงคำนิยาม “ธุรกิจคนต่างด้าว” ให้สอดคล้องกับนิยามของนานาประเทศและกติกาองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ)

นั่นเพราะการรับฟังความเห็นในช่วงที่ผ่านมา มีการเสนอความคิดเห็นที่หลากหลาย มีทั้งฝ่ายที่เสนอให้คงกฎหมายไว้ตามเดิม คือ ให้ดูเฉพาะสัดส่วนผู้ถือหุ้น คือ ห้ามต่างชาติถือหุ้นเกิน 49.99% และมีกลุ่มที่เสนอว่าหลักเกณฑ์ที่จะใช้พิจารณาว่าบริษัทใดเป็นของคนไทยหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาที่สิทธิการออกเสียง คือ ต้องมีคนไทยมีสิทธิในการออกเสียงมากกว่าคนต่างชาติ ตลอดจนมีข้อเสนอให้มีการเพิ่มสิทธิคนไทยในการบริหารจัดการธุรกิจด้วย

“การเพิ่มสิทธิในการออกเสียงเพื่อดูว่าธุรกิจนั้นเป็นของคนต่างชาติหรือไม่ จะอ่อนกว่าการดูสิทธิในการบริหารจัดการ แต่สุดท้ายแล้วจะมีการแก้ไขคำนิยามหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่ผลการศึกษาว่าการลงทุนจากต่างชาติมีความจำเป็นต้องใช้คำนิยามไหน และกรมกำลังทำหนังสือไปยังกระทรวงต่างประเทศรวมถึงหอการค้าต่างประเทศ ว่า ไทยพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย โดยยึดหลักนักลงทุนต่างชาติรายเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบ” ผ่องพรรณ ระบุ

แต่ทว่าหากไม่นับประเด็นเรื่องการแก้ไขนิยามธุรกิจคนต่างด้าว ต้องถือว่าการแก้กฎหมายในภาพรวมเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนต่างชาติอย่างมาก เช่น ปรับลดคุณสมบัติของคนต่างด้าวที่เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ ทบทวนบัญชีแนบท้ายธุรกิจภายใต้กฎหมายดังกล่าว ยกเลิกการกำหนดเงินทุนขั้นต่ำในการประกอบธุรกิจ เนื่องจากมีกฏหมายฉบับอื่นๆ กำกับดูแลอยู่แล้วหรือเป็นพันธกรณีที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ ไว้

นอกจากนี้ ยังมีการปรับลดระยะเวลาการให้บริการออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว เช่น ธุรกิจที่ได้รับการอนุญาตจากบีโอไอแล้ว จะลดขั้นตอนการขอออกหนังสืออนุญาตจาก 30 วัน 15 วัน และแก้ไขปรับปรุงอัตราโทษกรณีเข้าข่ายนอมินี หรือให้การคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างชาติให้มีความเหมาะสม

คงต้องจับตาผลการศึกษาและร่างแก้ไข พ.ร.บ.ว่าจะมีเนื้อหาอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เป็นงานที่ยากมาก เพราะผ่านมาไม่น้อยกว่า 6 รัฐบาลแล้ว แต่ไม่มีรัฐบาลชุดไหนทำสำเร็จเสียที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท