posttoday
ราคาพันธบัตรเพิ่มขึ้น คาดดอกเบี้ยยังต่ำอยู่

ราคาพันธบัตรเพิ่มขึ้น คาดดอกเบี้ยยังต่ำอยู่

18 พฤศจิกายน 2557

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (10-14 พ.ย. 2557) มีมูลค่ารวม 343,113 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 68,623 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 16%

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (10-14 พ.ย. 2557) มีมูลค่ารวม 343,113 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 68,623 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 16%

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 67% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 230,832 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 68,643 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 9,369 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 4.6 ปี) LB15DA (อายุ 1.1 ปี) และ LB21DA (อายุ 7.1 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 13,422 ล้านบาท 10,218 ล้านบาท และ 10,022 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม รุ่น PTTEP196A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 864 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โกลว์ พลังงาน รุ่น GLOW218A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 662 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ รุ่น HMPRO159B (A+) มูลค่าการซื้อขาย 610 ล้านบาท

ราคา (Price) ของพันธบัตรรัฐบาลอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ปรับตัวเพิ่มขึ้น หรือผู้ซื้อจะได้ผลตอบแทน (Yield) ลดลงประมาณ 0.050.10% หากเข้าซื้อพันธบัตรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวต่ำกว่า 1.5% โดยที่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการส่งออกที่จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ และเศรษฐกิจไทยในระยะ 12 ปีข้างหน้าอาจจะต้องพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศ และการลงทุนทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เป็นหลัก

ทั้งนี้ ธปท.พร้อมที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหากมีความจำเป็น การประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยของ ธปท. มีส่วนทำให้นักลงทุนคาดการณ์ถึงทิศทางของดอกเบี้ยในประเทศไทยที่น่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ (เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ) และสะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยให้ปรับตัวลดลงตามไปด้วยในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้แล้ว การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศจีนในเดือน ต.ค.ที่ไม่ดีมากนัก ไม่ว่าจะเป็นดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 32 ติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืดที่เพิ่มสูงขึ้น และทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่ผู้กำหนดนโยบายจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากมีความจำเป็น ซึ่งประเด็นดังกล่าวนับเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม เนื่องจากจีนถือเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเป็นหนึ่งในคู่ค้าหลักของไทย ดังนั้น การตัดสินใจด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน จึงอาจมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในระยะเวลาข้างหน้าได้

ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (1014 พ.ย. 2557) เงินต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือ > 1 ปี) 1,024 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล