posttoday
ศึกรถอเนกประสงค์แข่งวางจุดโดนใจผู้บริโภค

ศึกรถอเนกประสงค์แข่งวางจุดโดนใจผู้บริโภค

18 พฤศจิกายน 2557

จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความต้องการรถยนต์ที่สามารถตอบสนองได้หลากหลายกว่าเป็นรถยนต์นั่งธรรมดา กลุ่มประเภทรถยนต์อเนกประสงค์ (เอสยูวี) จึงถือได้ว่าเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตามองจากการตอบสนองดังกล่าว

จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความต้องการรถยนต์ที่สามารถตอบสนองได้หลากหลายกว่าเป็นรถยนต์นั่งธรรมดา กลุ่มประเภทรถยนต์อเนกประสงค์ (เอสยูวี) จึงถือได้ว่าเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตามองจากการตอบสนองดังกล่าว

โดยเฉพาะเวลานี้ที่เอสยูวีขนาดเล็กที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดดังกล่าว ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มขึ้นถึงสัดส่วน 50% ของตลาดในอนาคตอันใกล้นี้ ด้วยความเข้าถึงง่ายและคุ้มค่าจากขนาดที่เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค

พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเอสยูวีปัจจุบันอยู่ที่ 56 หมื่นคัน หรือคิดเป็นประมาณ 9% ของตลาดรวม 89 แสนคัน ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มจะเติบโตเป็นเกินระดับ 10% ของตลาดรวม จากการกระตุ้นตลาดและความต้องการในอนาคต

ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดดังกล่าวมีสัดส่วนแบ่งเป็นเอสยูวีขนาดใหญ่ 50% และขนาดเล็ก 50% ซึ่งการแข่งขันในตลาดเอสยูวีมีการแข่งขันในหลากหลายมิติ ตั้งแต่เครื่องยนต์และขนาดของตัวรถ แม้ว่าจะใกล้เคียงกันแต่เอกลักษณ์แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในรถยนต์ประเภทดังกล่าวอาจมีการแย่งชิงตลาดกันเองในกลุ่ม อาทิ อาจมีผู้บริโภคบางกลุ่มขยับการซื้อจากเอสยูวีขนาดใหญ่ลงมาเอสยูวีขนาดเล็ก หรือแม้กระทั่งจากเดิมผู้ที่ขยับจากในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กเป็นรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ ซึ่งจากนี้ไปจะเป็นการขยับการซื้อข้ามกลุ่มกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ของตลาด

ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัว “ฮอนด้า เอชอาร์วี” เอสยูวีวางตำแหน่งระดับพรีเมียม ใช้คอนเซ็ปต์ตลาดว่า “พรีเมียม เอ็กซ์ สปอร์ต ครอสโอเวอร์” (Premuim x Sport Crossover) โดยตั้งเป้าที่ 2 หมื่นคันใน 1 ปี คาดใน 23 เดือนแรกหลังการเปิดตัว จะมียอดจอง 5,000 คัน โดยจะเริ่มส่งออกปลายปีนี้ ตั้งเป้าส่งออก 1.5 หมื่นคัน/ปี

สำหรับ “ฮอนด้า เอชอาร์วี ใหม่” เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2556 ภายใต้ชื่อ ฮอนด้า วีเซล โดยได้รับการตอบรับดี ยอดจำหน่ายกว่า 1 แสนคันใน 1 ปี ตามมาด้วยประเทศจีน และประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 ของโลก และเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ผลิตและเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้

ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเอสยูวีอยู่ที่ 20% หลังเปิดตัวฮอนด้า เอชอาร์วี จะเพิ่มเป็น 3040% ในปี 2558 ตลาดรวมโตขึ้นเป็น 78 หมื่นคันในปี 2558

ด้านบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ที่ได้มีการเปิดตัว “นิสสัน จู๊ค” เอสยูวีสไตล์สปอร์ตครอสโอเวอร์ ไปเมื่อเดือน พ.ย. 2556 ที่นำเข้ามาจากอินโดนีเซีย เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร ราคาเริ่มต้น 8.198.58 แสนบาท ตั้งเป้าหมาย 1 หมื่นคัน/ปี

ส่วน ฟอร์ด ประเทศไทย ที่ได้มีการเปิดตัว “ฟอร์ด เอคโค่ สปอร์ต” เอสยูวีแบบเออเบิร์นเอสยูวี ที่เริ่มทำการตลาดในช่วงต้นปี 2557 ผลิตในประเทศไทย เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ราคาเริ่มต้น 6.698.29 แสนบาท โดยมียอดขายเฉลี่ย 600700 คัน/เดือน

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดตัว “ฮอนด้า เอชอาร์วี” เอสยูวีสไตล์สปอร์ตครอสโอเวอร์ เริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือน พ.ย. 2557 ผลิตในประเทศไทย เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ราคาเริ่มต้น 8.9 แสน1.045 ล้านบาท ตั้งเป้า 2 หมื่นคันใน 1 ปี

ขณะที่ตลาดรถยนต์เอสยูวี (ขนาดใหญ่) ได้แก่ ฮอนด้า ซีอาร์วี, นิสสัน เอ็กซ์เทรล, เชฟโรเลต แคปติวา, มาสด้า ซีเอ็กซ์5 ส่วนเอสยูวี (ขนาดเล็ก) ได้แก่ นิสสัน จู๊ค, ฟอร์ด เอคโค่ สปอร์ต, ฮอนด้า เอชอาร์วี โดยการแข่งขันอยู่ที่จุดเด่นในการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่แต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกัน

พิทักษ์ กล่าวถึงยอดขายฮอนด้า 10 เดือน (ม.ค.ต.ค.) ของปีนี้ ว่า อยู่ที่ 8.3 หมื่นคัน ซึ่งจะต้องติดตามดูในช่วง 2 เดือนสุดท้าย ที่มีงานกระตุ้นกำลังซื้องานสุดท้ายของปี โดยหวังว่ากำลังซื้อผู้บริโภคจะกลับมา แต่มองว่าหากเศรษฐกิจยังเป็นแบบนี้แล้ว คงยากที่จะฟื้นตัว สำหรับเป้าหมายยอดจำหน่ายของบริษัทในปีนี้ หลังจากปรับลดลงหลายรอบที่ได้ติดตามจากสถานการณ์ทุกเดือน จนกระทั่งตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ 1.25 แสนคันในปีนี้ แต่ถึงกระนั้น ขณะนี้มองว่ามีความเป็นไปได้ที่ทำยอดขายไม่ถึงในระดับดังกล่าวแล้ว จากตัวเลขตลาดรวมที่มองว่าปีนี้จะอยู่ในระดับ 9 แสนคันเท่านั้น ส่วนความคืบหน้าโครงการอีโคคาร์เฟส 2 ของฮอนด้า ยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม ซึ่งจากการเปิดตัวของคู่แข่งในอีโคคาร์เฟส 2 ที่ลงตลาดเป็นรายแรกนั้น มองว่าไม่มีผลต่อบริษัทมากนัก บริษัทต้องปรับตัวให้เป็นไปตามสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง

จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าตลาดรถยนต์เอสยูวีมีความหลากหลายทางการแข่งขันมาก ดังนั้นการทำตลาดจึงต้องวัดกันที่จุดแข็งและความเข้าถึงผู้บริโภค ว่ายี่ห้อไหนจะจับจุดได้ตรงใจ หากใครทำได้โดน รับรองยอดขายกระฉูดแน่

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล