
ส่งออกเกาะบอลโลก
อาหาร/บริการขอโกย5พันล. ตลาดในประเทศคึกคักตาม
โพสต์ทูเดย์
— อุตสาหกรรมอาหาร รับอานิสงส์ฟุตบอลโลก เพิ่มยอดส่งออก ธุรกิจบริการ สู่ตลาดแอฟริกาใต้ กว่า 5,000 ล้านบาทนายอมร งามมงคลรัตน์ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า การแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย.
–11 ก.ค. ที่ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นโอกาสดีสำหรับอุตสาหกรรมอาหารของไทย ทั้งการค้าที่เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้ และตลาดภายในของไทย โดยจะทำให้มียอดส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารและธุรกิจบริการอาหารไทยมากกว่า 5,000 ล้านบาท ในช่วงงานดังกล่าวสถาบันฯ ประเมินว่า ความต้องการบริโภคของชาวแอฟริกาใต้ที่เพิ่มขึ้น จะทำให้มูลค่าการบริโภคอาหารในแอฟริกาใต้ปีนี้สูงถึง 3.28 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.04 ล้านล้านบาท โดยจะมีมูลค่าส่งออก อยู่ที่ 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.82 แสนล้านบาท และนำเข้าอยู่ที่ 4,440 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.4 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ในการแข่งขันฟุตบอลยังมีผู้บริโภคของผู้เข้าแข่งขันจาก 32 ประเทศ และนักท่องเที่ยวแฟนบอลจากทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาในประเทศแอฟริกาใต้จำนวนมาก เพื่อติดตามเชียร์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีฐานะ มีกำลังการใช้จ่ายสูง และเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวใช้จ่ายระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,170 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3.7 หมื่นล้านบาท
สินค้าอาหารของไทยที่จะส่งออกได้เพิ่มขึ้นในช่วงงานดังกล่าว จะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวและธัญพืช โดยเฉพาะ
“ข้าวนึ่ง” “ข้าวเจ้า” และ “ข้าวหอมมะลิ” รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประมง โดยเฉพาะ “ปลาซาร์ดีนเนลล่า ปลาบริสลิง หรือปลาสแปรดกระป๋อง” “ปลาทูน่ากระป๋อง” และ “กุ้งขาวแช่เย็นจนแข็ง” เพราะเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารที่ทั้งชาวแอฟริกาใต้และผู้บริโภคจากชาติต่างๆ นิยมบริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารสำเร็จรูปจะเป็นอาหารปรุงแต่งที่ทำจากธัญพืชหรือผลิตภัณฑ์จากธัญพืช และขนมหวานที่ทำจากน้ำตาลเป็นสำคัญ
ในขณะที่ธุรกิจร้านอาหารไทย ผู้บริโภคที่จะเข้ามาร่วมงานฟุตบอลโลก 2010 มีหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรมที่ต่างกัน ทำให้พฤติกรรมการบริโภคมีความหลากหลายตามไปด้วย ซึ่งร้านอาหารนานาชาติรวมถึงร้านอาหารไทยสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ของผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในเมืองที่มีการแข่งขันอย่างเคปทาวน์ และโจฮันเนสเบิร์ก ซึ่งเป็นแหล่งพักอาศัยและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
นายอมร กล่าวว่า ตลาดอาหารในประเทศ คาดว่าจะมีจำนวนคนไทยหันมาดูฟุตบอลโลกมากกว่าการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 หรือมากกว่า 45 ล้านคน โดยเป็นกลุ่มคนอายุระหว่าง 1559 ปี โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน และกลุ่มคนโสด
พฤติกรรมการบริโภคอาหารคาดว่าคนไทยที่ดูการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้งที่บ้านและนอกบ้านจะบริโภคอาหารจานด่วน ขนมขบเคี้ยว น้ำผลไม้ นม น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง เป็นต้น
“การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตอาหาร และธุรกิจบริการร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์เชิงรุกรับมือกับกระแสบอลโลก เ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลงตัวตามพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลานั้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตอาหารแช่แข็งควรจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับช่องทางการจัดจำหน่ายของตนเพื่อกระตุ้นยอดขายโดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ”นายอมร กล่าว






