posttoday
สมหมายรับเผือกร้อนปลดล็อกค้ำกู้

สมหมายรับเผือกร้อนปลดล็อกค้ำกู้

18 พฤศจิกายน 2557

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...

โดย..ชลลดา อิงศรีสว่าง

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ว่าด้วยเรื่องการค้ำประกันและจำนองได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 พ.ย. และมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.พ. 2558

ที่กฎหมายนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง ก็เพราะลูกหนี้เริ่มคิดได้ว่าการดัดหลังเจ้าหนี้ไม่ให้ทวงหนี้สะเปะสะปะแทนที่จะไปทวงถามหนี้กับผู้กู้ เมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้แต่กลับไปทวงหนี้กับผู้ค้ำประกัน ทำให้ผู้ค้ำตกที่นั่งลำบาก บางรายถูกฟ้องร้อง กฎหมายที่มีเจตนารมณ์คุ้มครองลูกหนี้อาจส่งผลกระทบในทางร้ายมากกว่าดี

สาระสำคัญคือ หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้และดอกเบี้ยตามสัญญาให้ติดตามทวงถามจากลูกหนี้ให้ถึงที่สุดก่อน จึงจะติดตามทวงถามจากผู้ค้ำประกัน

นอกจากนี้ ยังระบุว่าเจ้าหนี้ไม่สามารถเอาผิดลูกหนี้ได้เกินกว่าวงเงินสินทรัพย์ที่ได้ค้ำประกันเอาไว้หรือเรียกร้องจากผู้ค้ำประกันได้เท่ากับหรือมากกว่าหนี้ที่ลูกหนี้ติดค้างไว้ และในกรณีที่นำทรัพย์สินที่จำนองไปขายทอดตลาดแล้วมีมูลค่าเกินกว่าหนี้ที่ค้างอยู่ก็จะต้องคืนเงินส่วนนั้นให้ลูกหนี้ รวมทั้งการติดตามทวงหนี้จะต้องแจ้งให้ผู้ค้ำประกันหนี้ล่วงหน้า 6 เดือน

เมื่อการทวงถามหนี้ทำได้ยากขึ้น เจ้าหนี้ก็ต้องหาวิธีการป้องกันตัวด้วยการนำเอาระบบพิจารณาความเสี่ยงมาใช้ ไม่ใช้ผู้ค้ำประกัน แต่ให้ลูกหนี้หาผู้กู้ร่วมเพิ่ม เพื่อให้เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับอนุมัติสินเชื่อ

กระบวนการป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ เป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจหากพบว่ามีความเสี่ยงก็ต้องปิดความเสี่ยงนั้นเสีย ธนาคารได้รับผลกระทบแค่ปล่อยสินเชื่อได้น้อยลง แต่ลูกค้า ลูกหนี้ เดือดร้อนมากกว่า เพราะการไม่ได้เงินมาใช้หมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง หมายถึงการจะอยู่หรือไปของกิจการกันเลยทีเดียว

เรื่องนี้ร้อนไปถึง สมหมาย ภาษี รมว.คลัง เนื่องจากมีผู้มาแจกแจงปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากกฎหมายนี้ ซึ่ง รมว.คลัง เองก็ปวดหัว เนื่องจากกฎหมายนี้ถูกเสนอผ่านมาทางหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคที่รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ค้ำประกันหนี้มามากมาย ส่งให้กระทรวงยุติธรรมเสนอแก้ไขกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยไม่ได้สอบถามมายังกระทรวงการคลังก่อน ทั้งที่การแก้ไขกฎหมายนี้เกี่ยวข้องที่จะเป็นกฎหมายการเงินด้วย

แม้กระทั่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เอง ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะช่วยเหลือหรือแก้ไขอะไรได้ เพราะกฎหมายประกาศใช้แล้วก็ต้องปฏิบัติตาม สิ่งที่ ธปท.ทำได้คงแค่หาสมดุลระหว่างความเสี่ยงของธนาคารกับการดูแลลูกหนี้ ซึ่งยังมองไม่ออกว่าจะทำอย่างไร


เมื่อเผือกร้อนถูกโยนมาให้ รมว.คลัง จึงต้องระดมผู้รู้ทางกฎหมายให้เข้ามาช่วยว่าจะหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะเรื่องนี้เหมือนจะเป็นเรื่องเล็กแต่เป็นเรื่องใหญ่ หากลูกหนี้ขอเงินกู้ไม่ได้การค้าการลงทุนก็จะลดลง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ทีม ที่ปรึกษากฎหมายของ รมว.คลัง เสนอทางออกหลายรูปแบบ เช่น คลังควรจะเสนอออกกฎหมายใหม่ แก้ไขปมปัญหาในกฎหมายเดิม

ทางออกที่ทำได้อีกทางคือ แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครอง ผู้บริโภค ไม่ให้การค้ำประกันและจดจำนองหนี้นำมาบังคับใช้กับบุคคลธรรมดา หรือให้คลังเพิ่มเติมในกฎหมายหลักประกันที่คลังกำลังดำเนินการอยู่ โดยระบุว่า ถ้าการกู้นั้นทำโดยบริษัทเอกชนมีฐานะทางการเงินดีก็ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาได้

อย่างไรก็ดี แนวทางทั้งหมดนั้นนักกฎหมายเห็นว่า การร่างกฎหมายใหม่เป็นแนวทางที่ทำได้ง่ายที่สุด เพราะ พ.ร.บ.กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขการค้ำประกันและจำนองจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ก.พ. 2558 ยังมีเวลาอีก 2 เดือน ที่จะร่างกฎหมายใหม่และรีบดำเนินการให้ผ่านสภาฯ อย่างรวดเร็วก็จะทันใช้พร้อมกัน

หากการแก้ไขเรื่องนี้ทำไม่ทันในเดือน ก.พ. 2558 ในระยะสั้นอาจไม่ได้ผลกระทบมากแต่ในระยะยาวก็จะเกิดปัญหาลูกค้าหาแหล่งเงินกู้ยากขึ้น รัฐบาลอาจ ต้องหาสถาบันค้ำประกันเงินกู้ให้ทดแทน และลูกค้าอาจจะไหลไปพึ่งพาธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล