
ขีดเส้นรถตู้ลงทะเบียนภายในสิ้นปีนี้
“ขนส่ง” เตือน รถตู้ ไม่มาลงทะเบียนเดือน ธ.ค.นี้ ถูกถอนชื่อออกจากระบบรถสาธารณะ พร้อมเดินหน้าแจกเสื้อวิน เริ่มใช้จริง 1 ม.ค.58
“ขนส่ง” เตือน รถตู้ ไม่มาลงทะเบียนเดือน ธ.ค.นี้ ถูกถอนชื่อออกจากระบบรถสาธารณะ พร้อมเดินหน้าแจกเสื้อวิน เริ่มใช้จริง 1 ม.ค.58
นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะว่า ขอแจ้งเตือนให้รถตู้โดยสารที่ได้รับการอนุมัติเป็นรถโดยสารสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มาจดทะเบียนและร่วมเดินรถกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก. และบริษัทขนส่ง( บขส.) ให้รีบเข้ามาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายในเดือนธ.ค.นี้ ไม่เช่นนั้นจะถูกถอนชื่อออกจากระบบและไม่สามารถให้บริการวิ่งรับส่งผู้โดยสารได้อีก
“ปัจจุบันมีรถตู้โดยสารที่ผ่านการตรวจสภาพ และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ให้เป็นรถตู้โดยสารสาธารณะแล้ว 3,074 คัน โดยแบ่งเป็นรถที่เข้าร่วมกับ ขสมก. เส้นทางในกรุงเทพ 1,262 คัน และเข้าร่วมกับ บขส. เส้นทางระหว่างกรุงเทพไปต่างจังหวัดอีก 1,812 คัน ซึ่งผู้ประกอบการแม้จะได้รับการอนุมัติจากกรมการขนส่งทางบกแล้ว แต่ก็ต้องเข้ามาจดทะเบียนให้ถูกต้องด้วยภายในสิ้นปีนี้” นายธีระพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ หลังจากจดทะเบียนเป็นรถตู้โดยสารสาธารณะแล้ว รถทุกคันต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากกระทำผิดเงื่อนไขการเดินรถ เช่น เดินรถผิดเส้นทาง เรียกเก็บค่าโดยสารเกินกฎหมายกำหนด บรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด หากฝ่าฝืนครั้งแรกจะถูกลงโทษปรับ ครั้งที่ 2 จะถูกทั้งปรับและลงโทษตามสัญญาเพิ่มเติม และถ้าผิดครั้งที่ 3 จะถูกทั้งปรับและถอนรถออกจากบัญชีประกอบการขนส่งทันที ส่วนรถตู้ส่วนบุคคล หรือรถตู้ป้ายดำที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารโดยผิดกฎหมาย จะมีการตรวจจับอย่างเข้มงวด โดยมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกับจับกุมส่งพนักงานสอบสวนทันที
นายธีระพงษ์ กล่าวว่า การจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้มีรถที่จดทะเบียนเป็นแล้ว 80,135 ราย จากทั้งหมด 104,134 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการจดทะเบียน โดยขั้นตอนหลังนี้ เมื่อมีการจดทะเบียนแล้วต้องเข้ามาลงทะเบียนขอรับเสื้อวิน ซึ่งมีมาลงทะเบียนรับเสื้อวินแล้ว 59,460 ราย และเริ่มแจกเสื้อวินใหม่วันที่ 1 ธ.ค.2557 เป็นต้นไป หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2558 จะมีการบังคับใช้เสื้อวินแบบใหม่ที่แสดงบัตรประจำตัวและหมายเลขประจำตัวอย่างจริงจัง
ส่วนความคืบหน้าโครงการยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ก่อนการปรับค่าโดยสารระยะที่ 1 ขณะนี้มีรถเข้ามาตรวจสภาพรถถึงวันที่ 13 พ.ย.2557 แล้ว 9,286 คัน โดยผ่านมาตรฐานคุณภาพ 7,404 คัน หรือคิดเป็น 80% ซึ่งเมื่อผ่านการตรวจสอบมาตรฐานแล้วจะได้รับเอกสารรับรองใช้เป็นหลักฐานประกอบในการปรับมาตรค่าโดยสาร และนำรถให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบเพื่อซีลตะกั่วที่มาตรค่าโดยสารและออกสติ๊กเกอร์รับรองคุณภาพให้สามารถใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ในระยะที่ 1 ได้ หลังจากนั้นจะประเมินผลการให้บริการของรถแท็กซี่มิเตอร์อย่างต่อเนื่องและจึงพิจารณาอัตราค่าโดยสารใหม่ระยะ 2 ส่วนรถแท็กซี่ที่ยังไม่ผ่านมาตรฐานจะต้องนำรถไปปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ภายใน 15 วัน
ภาพประกอบข่าว







