
แยกขยะ
ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2558 เป็นต้นไป ชาวมาเลเซียมีเรื่องที่จะต้องทำเป็นประจำเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งข้อ คือ จะต้องแยกขยะมูลฝอยเป็นประเภทต่างๆ ก่อนที่ทางการจะนำไปกำจัดต่อไป
ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2558 เป็นต้นไป ชาวมาเลเซียมีเรื่องที่จะต้องทำเป็นประจำเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งข้อ คือ จะต้องแยกขยะมูลฝอยเป็นประเภทต่างๆ ก่อนที่ทางการจะนำไปกำจัดต่อไป
โดยมีการแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น พลาสติก กระดาษทั่วไป กระดาษลัง แก้ว โลหะ เศษอาหาร ขยะจากฟาร์ม ซึ่งตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ก็ได้ใช้กฎดังกล่าวไปแล้วในหลายพื้นที่ ได้แก่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ปุตราจายา กลันตัน โจฮอร์ มะละกา เนเกรีเซมบิลัน ปะลิส และเกดะห์
จริงๆ แล้วแนวคิดการแยกขยะก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียวสำหรับมาเลเซีย เพราะว่าเคยเริ่มทำกันมาเมื่อปี 2552 โดยสมัยนั้นมีการแจกถังขยะ 2 ถังให้แก่ครัวเรือนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อให้คนแยกขยะอินทรีย์ออกจากขยะกลุ่มอื่นๆ
รอบนี้หน่วยงานดูแลขยะมูลฝอยของมาเลเซียก็จะออกแคมเปญรณรงค์และให้ความรู้การแยกขยะแก่คนทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
ส่วนในฝั่งของรัฐบาลเองก็จะ ต้องปรับปรุงระบบจัดการขยะและ โรงกำจัดขยะ เพื่อให้แน่ใจว่าการแยกขยะแบบนี้จะได้ผลจริงๆ เพื่อจะได้ช่วยลดปริมาณขยะที่ถูกส่งไปที่โรงกำจัดขยะมูลฝอย
สำหรับเรื่องของปริมาณขยะนั้น ทางการมาเลเซียอ้างผลการศึกษาเมื่อปีที่แล้วว่า แต่ละวันชาวมาเลเซียทั่วไปทำให้เกิดขยะประมาณคนละ 800 กรัม แต่คนในเขตเมืองจะสร้างขยะมากกว่าคนทั่วๆ ไปประมาณ 450 กรัม และโดยรวมๆ แล้วแต่ละวันมาเลเซียสร้างขยะประมาณ 33.3 หมื่นตัน
เห็นแผนของมาเลเซียแล้ว ก็อดจะคิดถึงบ้านเราไม่ได้ ที่มีการรณรงค์เรื่องทิ้งขยะ แยกขยะมานาน แต่มาถึงตอนนี้ปัญหาขยะก็ยังหมักหมมมากมาย
จากที่เคยเห็นถังขยะสีเขียวคู่กับสีเหลืองตามท้องถนน ที่หวังให้อย่างน้อยคนไทยได้แยกขยะเปียก ขยะแห้ง (แต่สุดท้ายคนเก็บขยะก็เอาไปรวมกันอยู่ดี) มาถึงตอนนี้กลับเหลือแค่ถังเดียว บางแห่งเป็นถังพลาสติกใสดูไม่ทนทาน บางแห่งเป็นโครงเหล็กที่มีถุงพลาสติกใสแขวนไว้ใส่ขยะ
แทบไม่รู้ตัวว่าผู้รับผิดชอบเริ่มเปลี่ยนความตั้งใจเรื่องบริหารจัดการขยะเมื่อไหร่ หรือเมื่อเห็นว่าแยกไม่ได้ผล ก็เลยเลิกเอาเสียดื้อๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วการแยกขยะหากทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะเป็นประโยชน์อย่างมาก อย่างน้อยก็ทำให้นำขยะบางอย่างกลับมารีไซเคิลได้สะดวกขึ้น
แต่สิ่งสำคัญหากอยากให้สำเร็จ ต้องแยกตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และถ้าจำเป็นก็คงต้องลงโทษกันอย่างจริงจังหากไม่ปฏิบัติตาม







