posttoday
ฮังการี ไม่หนักอย่างที่คิด

ฮังการี ไม่หนักอย่างที่คิด

08 มิถุนายน 2553

 

...จิตรา อมรธรรม

ความวิตกของนักลงทุนที่เกรงว่าฮังการีอาจเผชิญวิกฤตหนี้สินขั้นรุนแรงจนเหมือนกับกรีซอีกราย จนส่งผลให้ค่าเงินยูโรในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปีอีกครั้งเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เป็นความกลัวที่เกินความจริงไปซักหน่อย เพราะอันที่จริงแล้วฮังการีในวันนี้จัดได้ว่าเป็นประเทศที่แข็งแรงกว่าอีกหลายประเทศในยุโรป

ประเทศฮังการีตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป ไม่มีทางออกทะเล มีประชากรเพียง 10 ล้านคน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 9.3 หมื่นตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นพื้นที่เกษตรกรรม รายได้จากภาคเกษตรคิดเป็น 1 ใน 3 ของ GDP พื้นที่ส่วนที่เหลือเป็นป่า ฮังการีเป็นแหล่งลงทุนของต่างประเทศที่สำคัญในภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก เพราะเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศได้ง่าย นับตั้งแต่ปี 2540–2549 ก่อนที่จะเกิดวิกฤต Subprime เศรษฐกิจของฮังการีขยายตัวเฉลี่ยปีละ 4.4% โดยได้แรงหนุนจากการส่งออก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหาร น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้า

ในปี 2552 เศรษฐกิจของฮังการีหดตัว 6.3% เป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 15 ปี และหดตัวในอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 19 ปี จากการลดลงอย่างรุนแรงของการบริโภคในประเทศและการลงทุนอันเป็นผลจากวิกฤตการเงินโลกที่ตั้งเค้าตั้งแต่ปี 2549 อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของฮังการีถือได้ว่าได้ผ่านจุดที่ต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2 ของปี 2552 ด้วยการหดตัวของ GDP ที่รุนแรงที่สุด 7.5% YY และเริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปี 2552 ที่ GDP หดตัวเพียง 4% YY การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น YY เป็นไตรมาสแรก 3.1% หลังจากหดตัวติดต่อกัน 4 ไตรมาส ดุลบัญชีเดินสะพัดเริ่มเกินดุล 0.1% ของ GDP เป็นการเกินดุลครั้งแรกในรอบ 5 ปี

ฮังการีดำเนินนโยบายขาดดุลงบประมาณมาโดยตลอด โดยการขาดดุลงบประมาณได้พุ่งขึ้นไปสูงสุดที่ 9.3% ของ GDP ในปี 2549 และปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องจนอยู่ที่ 4% ของ GDP ในปีที่ผ่านมา สูงกว่าข้อตกลงในสนธิสัญญา Maastricht ของกลุ่มประเทศในยุโรปที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3% ของ GDP แต่ถือว่าดีเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศในกลุ่มยุโรปที่มียอดขาดดุลเฉลี่ย 7.2% ของ GDP และดีกว่ากรีซที่มียอดขาดดุลถึง 13.6% ของ GDP

จุดอ่อนที่สุดของฮังการีอยู่ที่ภาระหนี้สินที่สูง โดยในปีที่ผ่านมาตัวเลขหนี้สาธารณะของฮังการีอยู่ที่ 83.1% ของ GDP สูงกว่า Maastricht Treaty ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 60% ของ GDP และสูงกว่าระดับเฉลี่ยของกลุ่มยุโรปที่ 80% (แต่ยังต่ำกว่ากรีซที่อยู่ที่ 108.1%) และมีหนี้ต่างประเทศสูงถึง 114.5% ของ GDP สูงเป็นลำดับ 2 ของประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันออก (แต่ต่ำกว่ากรีซที่ 163.4% ของ GDP สเปนที่ 167.6% โปรตุเกสที่ 230.7% ไอร์แลนด์ที่ 1,052.5% อิตาลีที่ 126.7% รวมถึงเยอรมนีที่ 161.0%) แม้หนี้ต่างประเทศจะสูง แต่สภาพคล่องระยะสั้นไม่เป็นปัญหา รัฐบาลมีพันธบัตรยูโรที่จะครบกำหนดชำระประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 3 ของปีนี้ โดยที่รัฐบาลมีวงเงินกู้ฉุกเฉิน (อนุมัติแล้ว) จาก IMF 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะหมดอายุในเดือน ต.ค.ปีนี้

ในสัปดาห์นี้รัฐบาลใหม่ของฮังการี (พรรค Fidesz เพิ่งชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากกว่า 2 ใน 3 เมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา) จะเจรจากับ IMF เพื่อขอรับความช่วยเหลือเงินกู้ฉบับใหม่ใน 2–3 ปีข้างหน้า เนื่องจากฉบับปัจจุบันจะหมดอายุในเดือน ต.ค.ดังกล่าว เชื่อว่าจะมีการชี้แจงถึงแผนเศรษฐกิจ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการลดการขาดดุลงบประมาณในปี 2553 ให้เหลือ 3.8% ของ GDP ซึ่งเป็นหนึ่งในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

ฮังการีไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของยุโรป เศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้เริ่มฟื้นตัว 0.1% YY หลังจากหดตัว 5 ไตรมาสติดต่อกัน IMF คาดว่า GDP ของฮังการีในปีนี้จะยังหดตัว 0.2% ก่อนจะขยายตัว 3.2% ในปี 2554 และ 4.5% ในปี 2555 เป็นอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในกลุ่มยุโรป โดยการส่งออกยังเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดัชนีดาวโจนส์ที่ปรับลงถึงกว่า 300 จุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นอกจากเป็นผลมาจากตัวเลขการจ้างงานต่ำกว่าคาด และเรื่องหนี้ของฮังการี เป็นการสะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดหุ้น ดิฉันยังคงมองการฟื้นตัวของ SET Index ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการรีบาวด์ในกรอบขาลง จนกว่าจะเห็นค่าเงินยูโรเริ่มมีเสถียรภาพ และสถานการณ์ในยุโรปนิ่งกว่านี้ แต่ยกระดับจุดซื้อลงทุนจาก 680 จุด เป็น 700–715 จุด ระหว่างนี้ยังคงเน้นกลุ่มที่ปลอดภัย CPF, CPALL, DTAC, KBANK, GLOW, TUF, DCC, TISCO เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท