
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) แจ้งว่า
ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์ Turnover List
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) แจ้งว่าได้ปรับปรุงเกณฑ์คำนวณหลักทรัพย์ที่มีอัตราการซื้อขายหมุนเวียนสูง (Turnover List) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการซื้อขายในปัจจุบัน เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2557 นี้
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การปรับปรุงดังกล่าวครอบคลุม (1) การไม่กำหนดจำนวนหลักทรัพย์ที่ติดเกณฑ์ Turnover List ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จากเดิมที่มีการกำหนดจำนวนไว้ และ (2) การเพิ่มเติมกรณีที่หุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนทั้งใน SET และ mai ที่ติด Turnover List ให้ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (warrant) ของบริษัทนั้น ติด Turnover List ควบคู่ไปด้วย รวมทั้ง (3) ปรับปรุงสูตรการคำนวณให้ไม่ซับซ้อน โดยยังคงให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับของเดิม
ก.ล.ต.ได้จัดทำ Turnover List สำหรับเป็นข้อมูลแก่ผู้ลงทุนในการประกอบการตัดสินใจลงทุน และให้บริษัทหลักทรัพย์ใช้เป็นข้อมูลสำหรับบริหารความเสี่ยงมาตั้งแต่ปี 2547 เนื่องจากตลาดทุนไทยมีการพัฒนาและเติบโตขึ้นมาก การปรับปรุงสูตรคำนวณ Turnover List ครั้งนี้เพื่อให้ สอดคล้องกับสภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ในปัจจุบันได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ป้องกันความเสี่ยงหรือผลกระทบจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ติด Turnover List รวมถึงอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการใช้ข้อมูล ซึ่ง ก.ล.ต.มุ่งหวังให้ผู้ลงทุนมีความรู้ มีข้อมูลใช้อย่างถูกต้องเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยจะเริ่มใช้เกณฑ์คำนวณ Turnover List ใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2557 เป็นต้นไป
E เพิ่มทุน
บริษัท เอฟโวลูชั่น แคปปิตอล (E) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งว่า คณะกรรมการมีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จากทุนจดทะเบียนจำนวน 2,350 ล้านบาท
เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 2,887 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่ม ทุนจำนวน 537,153,921 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท โดยให้บริษัทออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 275,675,474 หุ้นในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.10 บาท ต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (“หุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสิทธิ”) ในอัตราส่วนการจองซื้อ 6 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสิทธิ (กรณีมีเศษให้ปัดทิ้ง) และ (ข) ให้บริษัทออก และเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อ หุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 4 (EW4) (“ใบสำคัญแสดงสิทธิ”) จำนวนไม่เกิน 2,205,403,790 หน่วย ในราคาเสนอขายหน่วยละ 0.00 บาท โดยจะเสนอขายควบคู่กับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสิทธิ ในอัตราส่วน 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสิทธิ ต่อ 8 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ (กรณีมีเศษให้ปัดทิ้ง)
นอกจากนั้น คณะกรรมการมีมติอนุมัติการลาออกจากกรรมการของ นายฮิวช์ แอนดรูว์ และอนุมัติการเปลี่ยนตำแหน่งจากกรรมการอิสระเป็นกรรมการของ นายอัครรัตน์ ณ ระนอง มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. 2557
TUF แตกพาร์
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ หรือ TUF แจ้งว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญของบริษัท ทำให้มีจำนวนหุ้นเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้หุ้นทียูเอฟเข้าถึงนักลงทุนรายย่อยได้ทั่วถึง ซึ่งจะช่วยให้หุ้นมีสภาพคล่องที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามการดำเนินการนี้จะต้องได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายที่การประชุมคณะกรรมการบริษัทต่อไป
ล่าสุด บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2557 ที่ 1,922 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2556 ขณะที่กำไรสุทธิของเก้าเดือนแรกอยู่ที่ 4,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกำไรสุทธิสูงขึ้นเนื่องจากการขยายตัวของกำไรขั้นต้นเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูง การไม่ต้องชำระดอกเบี้ยสะสมจากไตรมาสก่อนอันเป็นผลจากการแปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้น รวมถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐ
ส่งผลให้ยอดขายรวมของกลุ่มทียูเอฟใน 9 เดือนแรกอยู่ที่ 88,630 ล้านบาท เติบโต 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดีรายงานกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมใน 9 เดือนแรกของปี 2557 นี้ เพิ่มขึ้น 56.5% จาก 5,612 ล้านบาท ไปที่ 8,709 ล้านบาท
นายธีรพงศ์ กล่าวว่า บริษัทยังคงเพิ่มศักยภาพในการจัดการการผลิต กลยุทธ์การสรรหาวัตถุดิบ รวมทั้งการรักษาระเบียบวินัยทางการเงินที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนต่อธุรกิจ การมุ่งเน้นต่อการเติบโตอันท้าทายและแนวทางการควบรวมกิจการ ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายรวมที่ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2563 ได้อย่างแน่นอน







