posttoday
สหรัฐมองช่องค้าเสรีส่งเอสเอ็มอีบุกอาเซียน

สหรัฐมองช่องค้าเสรีส่งเอสเอ็มอีบุกอาเซียน

14 พฤศจิกายน 2557

การเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต่างจับจ้องโอกาสจะเข้ามาลงทุนเพื่อรับผลประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

การเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต่างจับจ้องโอกาสจะเข้ามาลงทุนเพื่อรับผลประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี สหรัฐอเมริกาเองถือเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นคู่ค้าของอาเซียนมาอย่างยาวนาน และจับจ้องโอกาสในการบุกตลาดอาเซียนเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน

จอร์จ อบอนเย่ ศาสตราจารย์อาคันตุกะ สาขาบริหารรัฐกิจและกิจการต่างประเทศ วิทยาลัยแม็กซ์เวลแห่งมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ บอกว่า ในอนาคตอาเซียนมีแนวโน้มจะเป็นกลุ่มประเทศที่มีธุรกิจเกิดใหม่มากที่สุดของโลก การใช้จ่ายของเกือบทุกประเทศยกเว้นสิงคโปร์ยังเติบโตขึ้นได้อีกมาก จึงน่าจะเป็นโอกาสของเอสเอ็มอีจากทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกาที่จะเข้ามาเจาะตลาดอาเซียน

“ที่นี่ยังต้องการนวัตกรรม ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสของกลุ่มธุรกิจที่มีนวัตกรรม เพราะจะมีการวิจัยและพัฒนาเกิดขึ้นมากมายในภูมิภาคนี้” อบอนเย่ กล่าว

ทั้งนี้ มี 3 เรื่องที่รัฐบาลสหรัฐต้องสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ได้แก่ 1.ข้อมูล บริษัทเล็กๆมีโอกาสการเข้าถึงข้อมูลยากกว่าบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งมีเครือข่าย รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้บริษัทเล็กๆ เหล่านั้นมีข้อมูล พร้อมมาลงทุน 2.การเงิน เงินทุนสนับสนุนถือเป็นข้อจำกัดสำคัญของบริษัทขนาดเล็ก มีการพัฒนาหลายด้านเกิดขึ้นในอาเซียน โดยเฉพาะภาคการผลิต แต่หากเอสเอ็มอีที่จะมาลงทุนยังมีข้อจำกัดการเงินก็ยังลำบาก

3.นวัตกรรม ไม่จำเป็นต้องเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาขั้นสูง แต่เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาด ผู้บริโภค รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ

ด้าน คริสตินา เควียน ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา ASEAN Business Forum 2014 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ว่า บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีนโยบายสร้างความสมดุลระหว่างอาเซียนสหรัฐ ขณะเดียวกันบริษัทจากสหรัฐอเมริกาจำนวนมากก็เข้ามาลงทุนในอาเซียน โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สหรัฐเข้ามาลงทุนพอๆ กับทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

แต่ปัจจุบันในยุคที่การค้าโลกมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งสหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆ จำนวนมาก รวมถึงอาเซียนเอง ต่างต้องการประโยชน์จากกันและกัน อาเซียนเองต้องเร่งแก้ไขกฎหมายที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุน การจัดการปัญหาคอร์รัปชั่น ธรรมาภิบาล และมีนโยบายด้าน Ecommerce ที่ชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าให้แก่ประเทศต่างๆ มากขึ้น เนื่องจากหลายบริษัทโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีอาจยังไม่มั่นใจหากยังคงมีปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ อาเซียนและสหรัฐอเมริกาสามารถมีความร่วมมือกันได้ เช่น การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือ TPP ที่จะเป็นการรวมกลุ่มกันของกว่า 10 ประเทศ ซึ่งมีจีดีพีรวมกันกว่า 40% ของโลก สหรัฐอเมริกาเองต้องการเจรจาเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด

“หากสมาชิก TPP บรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกัน ประเทศที่ไม่เป็นสมาชิกก็จะได้รับการกดดันให้เปิดตลาดในระดับเดียวกัน และพัฒนามาตรฐานของตัวเองให้สูงขึ้นเพื่อให้ขายสินค้าแก่สมาชิก TPP ได้ การค้าก็จะเสรีและเป็นอิสระมากขึ้น” เควียน กล่าว

ขณะที่ จอร์จ ฟู หุ้นส่วนอาวุโส อินเตอร์เนชั่นแนล แอดไวเซอรี่ พาร์ทเนอร์ส บอกว่า ภาคบริการในอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นตามการเติบโตของมูลค่าการค้า ธุรกิจการบริการสุขภาพ ธุรกิจการศึกษา การพัฒนากำลังคน จะเติบโตข้ามภูมิภาค นอกจากนี้ น่าจะมีการระดมทุนเกิดขึ้นข้ามภูมิภาคเช่นกัน

ทั้งนี้ รัฐบาลในอาเซียนควรต้องสนับสนุนมาตรการต่างๆ ทั้งทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงข้อกำหนดของรัฐบาลประเทศใกล้เคียงด้วย หากมีการปกป้องลิขสิทธิ์ที่ดีขึ้นจะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจเกิดใหม่มีโอกาสสูงขึ้น สิ่งแวดล้อมที่ดีทำให้เงินทุนไหลเวียน เกิดการลงทุนระหว่างกัน

“อาเซียนมีแนวโน้มเจริญเติบโตระยะยาว เราเป็นคู่ค้ากันดั้งเดิมอยู่แล้ว ผมหวังว่าจะมีการต่อเนื่อง มีการพัฒนาที่ดีขึ้น ในการสนับสนุนความริเริ่ม การค้า การแลกเปลี่ยน และการบริการที่เพิ่มขึ้น” หุ้นส่วนอาวุโสทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท