
หุ้นโซลาร์เซลล์ดี๊ด๊า
รัฐซื้อเพิ่ม800เมกราคา5.66บาท6บริษัทอวดกำไรพุ่ง3เท่าไตรมาส3
รัฐซื้อเพิ่ม800เมกราคา5.66บาท6บริษัทอวดกำไรพุ่ง3เท่าไตรมาส3
รัฐซื้อไฟจากโซลาร์เซลล์เพิ่มอีก 800 เมกะวัตต์ ให้ราคา 5.66 บาท จุดพลุหุ้นพลังงานทดแทนพุ่ง
ช่วงบ่ายของวันที่ 13 พ.ย. 2557 หุ้นที่ทำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) มีการซื้อขายคึกคักและราคาขยับขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ออกมาเปิดเผยว่า จะเดินหน้ารับซื้อไฟจากโซลาร์เซลล์เพิ่มอีก 800 เมกะวัตต์ และยังผ่อนเงื่อนไขโครงการค้างท่อเปลี่ยนพื้นที่ตั้งได้หากมีสายส่งรองรับ โดยเปิดให้ยืนยันสิทธิลงทุนต่อวันที่ 28 พ.ย.นี้ และได้กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าใหม่ 5.66 บาท/หน่วย
ทั้งนี้ หุ้นโซลาร์เซลล์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรง เช่น หุ้นบริษัท เด็มโก้ (DEMCO) ปิด 17.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท หรือ 5.39% บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ปิด 25.25 บาท บวก 1.85 บาท หรือ 7.51% บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม (AKR) ปิด 2.78 บาท บวก 0.22 บาท หรือ 8.59% บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) ปิด 28 บาท บวก 1.75 บาท หรือ 6.67% บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ดีดตัวขึ้น 2 บาท หรือ 5.84% ปิดที่ 36.25 บาท
นายดนุชา น้อยใจบุญ กรรมการผู้จัดการ AKR กล่าวว่า ทางการประกาศออกมาครั้งนี้ ถือว่าเป็นความชัดเจนในการทำธุรกิจโซลาร์เซลล์ และราคาที่รับซื้อที่ 5.66 บาท ถือว่าเป็นระดับที่เอกชนและผู้ผลิตรับได้ สามารถลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือทางการจะต้องเร่งและการออกประกาศและระเบียบต่างๆ ออกมาให้เร็ว เพราะการรับซื้อไฟฟ้าจะเกิดขึ้นเดือน ธ.ค. 2558
ปัจจุบัน ธุรกิจพลังงานทดแทนและธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้บริษัทหลายๆ แห่งหันมาขยายธุรกิจทำพลังงานทดแทนโดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ ส่งผลให้การดำเนินงานเติบโตมากและราคาหุ้นของบริษัทเหล่านั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงในขณะนี้
สำหรับผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2557 ของบริษัทที่ทำธุรกิจพลังงานทดแทนและโซลาร์เซลล์ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดย 6 บริษัทที่ประกาศงบออกมามีกำไรสุทธิรวม 766.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 345.8% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 311.91 ล้านบาท
ขณะที่งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 2,673.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 145.15% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,087.86 ล้านบาท
ด้าน GUNKUL มีกำไร 155 ล้านบาท ในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 181.81% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน AKR มีกำไรสุทธิ 34.30 ล้านบาท พลิกจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 6.9 ล้านบาท SPCG มีกำไร 397.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 310.12% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 96.89 ล้านบาท
บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) มีกำไรสุทธิ 111.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121.85% เมื่อเปรียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 516.85 ล้านบาท บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ (TAE) มีกำไรสุทธิ 37.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.85% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 36.04 ล้านบาท
นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (WAVE) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองใน TSE สัดส่วน 20% หรือมีจำนวนหุ้นราว 363 ล้านหุ้น กล่าวว่า เมื่อ TSE เข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) แล้วราคาปรับตัวขึ้นมาก หากคำนวณที่ราคาบนกระดาน 9.10 บาท จะมีมูลค่ารวมประมาณ 3,300 ล้านบาท ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เท่ากับ WAVE ในปัจจุบัน
สำหรับรายได้และกำไรของ WAVE ในปี 2557 น่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดจากการรับรู้กำไรและรายได้จากการลงทุนใน TSE ตามสัดส่วนจากการถือหุ้น อีกทั้งยังมีโอกาสที่ได้รับเงินปันผลจากด้วยในอนาคตตามนโยบายที่ประกาศไว้







