posttoday
เป้าปีใหม่ธพว.โละขายหนี้เน่าสินเชื่อโต5%

เป้าปีใหม่ธพว.โละขายหนี้เน่าสินเชื่อโต5%

14 พฤศจิกายน 2557

เอสเอ็มอีแบงก์เร่งขายหนี้เน่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าปีหน้ายอดเอ็นพีแอลเหลือต่ำกว่า 2 หมื่นล้าน

เอสเอ็มอีแบงก์เร่งขายหนี้เน่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าปีหน้ายอดเอ็นพีแอลเหลือต่ำกว่า 2 หมื่นล้าน

นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยถึงแผนฟื้นฟูกิจการหลังการตรวจสินทรัพย์และหนี้สิน หรือดิวดิลิเจนต์ โดยบริษัท เอินส์ท แอนด์ ยัง ว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 ธนาคารมียอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล 3.38 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายแก้หนี้เอ็นพีแอลให้เหลือต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2558

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้ประกาศรับเอกชนเข้ามาบริหารหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน แต่มีการตั้งสำรองไว้ครบ 100% แล้ว มูลหนี้กว่า 5,000 ล้านบาท คิดเป็นลูกหนี้กว่า 1.2 หมื่นราย และคาดว่าก่อนสิ้นปีนี้จะเตรียมจัดกองลูกหนี้ 1,100 ราย มูลหนี้กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีหลักประกันทั้งที่ดินเปล่า อพาร์ตเมนต์ โรงแรม เพื่อขายให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่สนใจ โดยปีนี้จะตัดขายกองแรกก่อนแยกตามภูมิภาค และคาดว่าจะทยอยขายให้หมด 1.1 หมื่นล้านบาท ภายในกลางปี 2558

สำหรับลูกหนี้เอ็นพีแอลที่ยังดำเนินการอยู่จะเร่งเรื่องการปรับโครงสร้างเช่น ขยายระยะเวลาผ่อนชำระค่างวด ซึ่งต้องอิงกับกระแสเงินสดและรายได้ของลูกหนี้เป็นหลัก นอกจากนี้ยังตั้งฝ่ายติดตามดูแลคุณภาพลูกหนี้ โดยการส่งคนออกไปอยู่ตามเขตทั้ง 16 เขตทั่วประเทศเพื่อเกาะติดลูกหนี้ไม่ให้เกิดเป็นหนี้เสียเพิ่มอีก

“เราหวังว่าเอ็นพีแอลจะลดต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปี 2558 แต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจด้วยทั้งนี้ธนาคารจะเร่งส่งแผนฟื้นฟูฉบับสมบูรณ์ให้ สคร.โดยเร็วที่สุดตามที่กำหนดไม่เกินวันที่ 30 พ.ย.นี้” นางสาลินี กล่าว

นอกจากนี้ ในปี 2558 ได้ตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 2.5 เท่าของอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือจีดีพี เช่น ถ้าจีดีพีปีหน้าประเมินว่าโต 2% จะตั้งเป้าขยายสินเชื่อ 5% เท่านั้น เพราะหากตั้งเป้าสูงกว่านี้จะทำให้เสี่ยงต่อหนี้เสียได้ ส่วนยอดสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 อยู่ที่ 8.6 หมื่นล้านบาท ถือว่าหดตัวต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมามีลูกหนี้รายใหญ่วงเงินตั้งแต่ 100-200 ล้านบาท ได้ขอรีไฟแนนซ์ไปอยู่ธนาคารพาณิชย์ ขณะที่ธนาคารได้เร่งปล่อยกู้รายย่อย ส่วนใหญ่ขอกู้ไม่เกิน 12 ล้านบาท ทำให้ตัวชี้วัดในรูปของวงเงินลดลง แต่จำนวนผู้กู้จะเพิ่มขึ้น

สำหรับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง หรือบีไอเอส อยู่ที่ 1.27 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 7.5% และเมื่อแผนฟื้นฟูผ่านการอนุมัติจากซูเปอร์บอร์ดแล้ว คาดว่ากระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินเพิ่มทุน 2,000 ล้านบาท ให้ธนาคารใช้รองรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ และจะไม่นำเงินเพิ่มทุนไปใช้แก้ไขปัญหาเก่าที่เกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งตามแผนฟื้นฟูธนาคารจะเน้นปล่อยกู้รายย่อย 80% ของเป้าหมายและต้องกระจายไปทั่วประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท