
เมื่อเธอเสนอตัวผ่านไลน์เพื่อไอโฟน 6
เป็นกระแสบนโลกออนไลน์ขึ้นมาทันที เมื่อมีคนโพสต์ข้อความของสาวน้อยนางหนึ่ง ยื่นข้อเสนอกับการได้มือถือไอโฟน 6 ให้กับเจ้าของร้านขายมือถือ น่าสนใจเหลือเกินว่าด้วยวิธีการเช่นนี้พ่อหนุ่มคนนั้นจะทำเช่นไร
เป็นกระแสบนโลกออนไลน์ขึ้นมาทันที เมื่อมีคนโพสต์ข้อความของสาวน้อยนางหนึ่ง ยื่นข้อเสนอกับการได้มือถือไอโฟน 6 ให้กับเจ้าของร้านขายมือถือ น่าสนใจเหลือเกินว่าด้วยวิธีการเช่นนี้พ่อหนุ่มคนนั้นจะทำเช่นไร
สถานการณ์ - ท็อปเป็นเจ้าของร้านมือถืออยู่แถวศูนย์รวมมือถือของห้างดัง ก็มีหน้าร้านขายมือถือปกติ รวมทั้งเจ้าตัวก็เพิ่มช่องทางในการขายออนไลน์ด้วย และเมื่อเปิดร้านผ่านไลน์ ทำให้มีลูกค้ามาติดต่อขอซื้อมากมาย และแล้ววันหนึ่งก็มีสาวน้อย คนหนึ่งเข้าไปทักท็อป ทำนองสอบถามราคาไอโฟน 6 ว่ามีราคาเท่าไรยังไง เธอจะเอาเครื่องเดิมไปแลกเครื่องใหม่และเพิ่มเงินส่วนต่างให้กับเจ้าท็อป
พอสอบถามไปมา ปรากฏว่าขาดเงินส่วนต่างที่สาวน้อยต้องจ่ายให้เจ้าท็อปประมาณ 4,000 บาท สาวเจ้าเลยยื่น ข้อเสนอไปว่า เงินส่วนต่างไม่พอ "ขอนอนกับพี่คืนหนึ่งแล้วพี่ขายให้หนูนะ" เมื่อได้ยินดังนั้นไม่ทันได้ตั้งตัวเจ้าท็อปถึงกับตกใจ ถามซ้ำไปอีกหนว่าอะไรนะ และคำตอบที่ได้ก็ชัดเจน สาวน้อยคนนั้นตอบย้ำอีกว่า เงินที่ขาดนอนกับพี่แลกกันไง "พี่เอาไหมล่ะ"
เอาละซี พอถึงตรงนี้เจ้าท็อปก็เลยตอบกลับไปว่า ไม่เด็ดขาด เขารักครอบครัวมาก ทั้งยังตักเตือนสาวน้อยไปอีกว่า ขาดเงินอีกไม่มาก ทำไมน้องไม่ไปหางานพาร์ตไทม์เก็บเงิน สาวน้อยถึงกับโมโหต่อว่ากลับมาว่า พี่ไม่ต้องมาสอนหนู ไม่เอาก็ไม่เอา แล้วเธอก็ต่อว่าเจ้าท็อปอีกชุดใหญ่จนถึงขั้นมึนไปเลย
ทางออก - จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่ายุคสมัยนี้ อะไรหลายๆ อย่างอยู่บนพื้นฐานของวัตถุนิยม น่าเป็นห่วงมากที่เด็กสาวยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่ง ไอโฟน 6 ทำให้นึกถึงคนใกล้ชิด คนรอบข้างว่าจะเป็นแบบนี้บ้างหรือไม่
เราสามารถหาทางออกและมองสองมุม หนึ่งหากมีลูกหลานเราควรจะต้องดูแลใกล้ชิด สั่งสอนให้ดีๆ รู้จักพอ รู้จักใช้ เอาคำว่าพอเพียงเป็นที่ตั้ง ไม่ควรสนับสนุน ค่านิยมที่ต้องมีต้องเป็นแบบคนอื่น หากไม่เช่นนั้นมือถือรุ่นใหม่ๆ ออกมาอีกทางออกของวัยรุ่นสาวๆ เมื่ออยากได้ก็คงต้องเอาตัวเข้าแลก ซึ่งมันก็มีหลากหลายวิธีเหลือเกินที่จะหาเงินได้ง่ายๆ ซึ่งสถานการณ์ข้างต้นคืออีกหนึ่งตัวอย่าง
หากเรามองอีกมุม เหตุการณ์เช่นนี้ก็สามารถสุ่มเสี่ยงอาจนำพาคุกเข้ามาใส่ตัว ถ้าหากบังเอิญเจ้าของร้านตกลงหน้ามืด ยอมทำตามข้อเสนอ เจ้าท็อปอาจถูกหลอกโดนแบล็กเมล์ทีหลัง และโดนจับข้อหาพราก ผู้เยาว์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เอาเป็นว่าหากใครเจอสถานการณ์เช่นนี้ การรับมือที่ง่ายที่สุดก็คือการปฏิเสธไปแบบ ที่ท็อปทำ จะปลอดภัยกับชีวิตเป็นที่สุด และการต่อว่ากลับแรงๆ ให้คนยื่นข้อเสนอได้สติก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะอย่างน้อยเด็กๆ ที่คิดจะทำเช่นนี้จะได้รู้สึกผิด







