posttoday
โฮจิมินห์ตามรอยกรุงเทพฯ ปั้นท่องเที่ยวทางน้ำ

โฮจิมินห์ตามรอยกรุงเทพฯ ปั้นท่องเที่ยวทางน้ำ

13 พฤศจิกายน 2557

กรุงเทพฯ ถือเป็นเมืองขึ้นชื่อด้านการท่องเที่ยวทางน้ำมากที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค ล่าสุดเมืองอื่นๆ

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

กรุงเทพฯ ถือเป็นเมืองขึ้นชื่อด้านการท่องเที่ยวทางน้ำมากที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค ล่าสุดเมืองอื่นๆ ในอาเซียนก็กำลังเร่งพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของตัวเองตามรอยกรุงเทพฯ ของไทย

เลอก๊วกคัน รองผู้อำนวยการแผนกวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว โฮจิมินห์ ซิตี้ บอกว่า ขณะนี้โฮจิมินห์ ซิตี้กำลังพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของตัวเองอยู่เช่นเดียวกัน โดยดูแบบอย่างจากการท่องเที่ยวทางน้ำของกรุงเทพฯ

“เวลาเราเห็นการท่องเที่ยวบนเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว เรารู้สึกว่าบรรยากาศดีมาก โฮจิมินห์ ซิตี้เองก็มีแม่น้ำไซง่อนไหลผ่านเช่นเดียวกัน ระยะยาวเราจึงมองเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของเราโดยดูแบบและเรียนรู้จากกรุงเทพฯ”

ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โฮจิมินห์ ซิตี้ เริ่มหันมาค่อยๆ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคสำหรับการท่องเที่ยวทางน้ำมากขึ้น โดยจัดเส้นทางการท่องเที่ยวทางน้ำและค่อยๆ ดึงภาคเอกชนมาร่วมจัดแพ็กเกจทัวร์ทางน้ำดึงดูดนักท่องเที่ยว

ล่าสุด ได้มีโอกาสชมการจัดเทศกาลลอยกระทงทางน้ำในกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ยิ่งเป็นแรงบันดาลใจให้รู้สึกว่า โฮจิมินห์ ซิตี้สามารถพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ทั้งผ่านแม่น้ำไซง่อนและแม่น้ำดองไน โดยปัญหาหลักของแม่น้ำในโฮจิมินห์ ซิตี้ คือยังไม่มีจุดจอดและท่าเรือมากเท่ากับบนแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพฯ แม้ว่าปัจจุบันจะมีสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำเกิดขึ้นบ้างแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ท่าเรือไซง่อนมีความสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่กว่า 1 หมื่นตันได้แล้ว การจะพัฒนาให้พร้อมรองรับการท่องเที่ยวด้วยน่าจะทำได้ไม่ยาก

นอกจากการท่องเที่ยวทางน้ำแล้ว โฮจิมินห์ ซิตี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดต่างชาติด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การพัฒนาการท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอย (Shopping Tourism) การพัฒนาการท่องเที่ยวจัดประชุมและนิทรรศการ (ไมซ์) การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รวมถึงพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวของตัวเองให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

รองผู้อำนวยการ เล่าอีกว่า ปัจจุบัน โฮจิมินห์ ซิตี้ มีแผนแม่บทระยะ 5 ปี ในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยคำนึงถึง 4 บริบทหลัก ประกอบด้วย 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว 2.การพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยว 3.การพัฒนาทักษะของบุคลากรในสาขาวิชาชีพท่องเที่ยว และ 4.การปรับปรุงการจัดการและจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ ในแต่ละปีโฮจิมินห์ ซิตี้ จะตั้งเป้าหมายการนักท่องเที่ยวของตัวเองเอาไว้ด้วย เช่น ปี 2556 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังโฮจิมินห์เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ถึง 10% อย่างไรก็ดี เนื่องจากปีนี้มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกหลายประการ ทำให้ตั้งเป้านักท่องเที่ยวในประเทศ 16.5 ล้านคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 4.4 ล้านคน เติบโตจากปี 2556 ประมาณ 8%

“ปีนี้เราประสบปัญหาหลายอย่างทั้งเรื่องปัญหาทะเลจีนใต้ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนรวมถึงอีกหลายชาติที่พูดภาษาจีน เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เดินทางมาเวียดนามลดลงด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องโรคอีโบลา ซึ่งเป็นปัญหาอ่อนไหวกระทบหลายประเทศ”

อีกด้านหนึ่งที่โฮจิมินห์ ซิตี้ กำลังให้ความสำคัญอย่างมาก คือการสร้างความร่วมมือกับเมืองสำคัญอื่นๆ ในอาเซียน ก่อนหน้านี้ โฮจิมินห์ ซิตี้ เคยสร้างความร่วมมือกับเวียงจันทน์ของลาวและพนมเปญของกัมพูชา ก่อนจะสร้างความร่วมมือกับย่างกุ้งของพม่าอีกเมืองหนึ่ง ล่าสุดได้สร้างความร่วมมือกับกรุงเทพฯ ด้วย ซึ่งน่าจะช่วยให้การพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น เพราะกรุงเทพฯ มีระดับการท่องเที่ยวที่ดีกว่าทั้ง 4 เมือง

“เมื่อร่วมมือกันแล้วก็อาจช่วยกันพัฒนามาตรฐานหลายๆ ด้าน เช่น มาตรฐานโรงแรม การบริการ การเดินทาง วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว ทรัพยากรบุคคล หลังจากนั้นก็อาจมาเจาะตลาดต่างๆ ที่เป็นสถานที่เป้าหมายร่วมกัน เช่น กรุงเทพฯ กับโฮจิมินห์เจาะตลาดชาวรัสเซียเหมือนกัน หรือโฮจิมินห์กับพนมเปญจะเจาะตลาดชาวญี่ปุ่นเหมือนกันก็ร่วมมือกันได้” รองผู้อำนวยการทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท