posttoday
เจาะตลาดเที่ยวเชิงเกษตรป้อนอาหารพ่วงความรู้

เจาะตลาดเที่ยวเชิงเกษตรป้อนอาหารพ่วงความรู้

13 พฤศจิกายน 2557

เดอะริชเชอร์ เดอะกรีนเนอร์ ยิ่งรวยยิ่งต้องกรีน เป็นกระแสไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวของเหล่าบรรดาคนดังและคนมีเงิน

โดย...พีรดา ปราศรีวงศ์

“เดอะริชเชอร์ เดอะกรีนเนอร์ ยิ่งรวยยิ่งต้องกรีน เป็นกระแสไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวของเหล่าบรรดาคนดังและคนมีเงิน ที่นิยมร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผจญภัยและเชิงเกษตร นิยมโพสต์รูปตัวเองผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมปลื้มปริ่มกับคำชมว่าตัวเองได้เป็นส่วนหนึ่งของการลดภาวะโลกร้อน”

นี่เป็นการฉายภาพให้เห็นถึงเทรนด์การท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดย ดวงกมล จันทรสุริยวงศ์ ที่ปรึกษานายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย หรือทีต้า อธิบายว่า ในช่วง 57 ปีที่ผ่านมา ความนิยมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย โดยเฉพาะด้านเกษตรเติบโตอย่างช้าๆ แม้ว่าภาครัฐไม่ได้ส่งเสริมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางการตลาดอย่างจริงจัง

ที่ผ่านมา ไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรป เช่น อังกฤษ ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ให้มาท่องเที่ยวและร่วมกิจกรรมช่วยลดภาวะโลกร้อน บำเพ็ญประโยชน์ให้กับประเทศที่ตัวเองมาท่องเที่ยว ทำให้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัยมีการเติบโตเฉลี่ย 1520% มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 67 แสนคน/ปี

ปัจจุบัน การท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ขยายฐานไปยังการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากท่องเที่ยวมีหลากหลาย มีทั้งเน้นเรื่องการเกษตร และประเภทที่ผสมผสานการเรียนรู้วิถีชุมชนด้วย เช่น การเกษตรปลอดสารพิษ ที่ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ที่เกษตรมีเคล็ดลับการปลูกผลไม้โดยใช้เกลือโรยรอบต้นไม้ ทำให้ผลไม้มีรสหวานกว่าการปลูกแบบทั่วไป ธุรกิจไร่องุ่น ในพื้นที่วังน้ำเขียว เรื่อยไปจนถึงอุทยานเขาสก เชื่อมเส้นทางบ้านคลองน้อย จ.สุราษฎร์ธานี ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตคนในชุมชน ได้ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำขนมจากแบบต้นตำรับ วิธีนำใบจากมาเย็บเป็นหลังคาแทนการใช้สังกะสี

“ตอนนี้คนที่นิยมท่องเที่ยวแบบนี้ คือ ชาวอเมริกาและยุโรป แต่คิดว่าน่าจะทำตลาดเจาะกลุ่มชาวจีน ที่ชอบชิม ชอบกินของอร่อยได้เหมือนกัน”

ขณะที่ในส่วนของนักท่องเที่ยวจากประเทศกลุ่มอาเซียน ดวงกมล มองว่า สามารถทำตลาดได้ใน 2 แบบหลักๆ ได้แก่ การให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ด้านการเกษตร เพื่อนำความรู้ไปพัฒนาการเกษตรในประเทศของตัวเอง และการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาชิมผลิตภัณฑ์การเกษตรของไทย

นอกจากส่งเสริมอะโกร ทัวริซึ่ม หรือการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในไทยแล้ว สมาคมยังเตรียมจัดเส้นทางการท่องเที่ยวกรีนแบบเชื่อมโยงกันระหว่างชาติอาเซียน นำร่องที่ จ.เลย เมืองหลวงพระบาง และวังเวียง ประเทศลาว และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนักท่องเที่ยวจะได้ทำกิจกรรมตลอด 17 วัน เน้นกิจกรรมประหยัดพลังงาน และกิจกรรมด้านเกษตร

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคนยุคใหม่จะหันมาสนใจการท่องเที่ยวแบบนี้มากขึ้น แต่ดวงกมล ชี้ว่า ตลาดอะโกร ทัวริซึ่มของเมืองไทยกลับโตบ้าง ฟุบบ้างอยู่เป็นระยะๆ เนื่องจากขาดการส่งเสริมอย่างจริงจัง อีกทั้งผู้ประกอบการบางส่วนก็ไม่ได้ดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

“สมาคมอยากให้ภาครัฐสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างจริงจัง เพราะกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง ยินดีจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวและรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นกลุ่มคนมีฐานะที่ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะดีหรือถดถอย ก็ยังวางแผนท่องเที่ยวในลักษณะนี้อยู่ วัดได้จากที่ผ่านมาแม้ว่าเศรษฐกิจซบเซา ตลาดนี้ยังมีอัตราเติบโต มีเพียงปัจจัยลบทางการเมืองเท่านั้นที่จะทำให้การเดินทางลดลง”

วิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วางแผนกลยุทธ์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างจริงจัง เพื่อเปิดตลาดการท่องเที่ยวให้กับคนไทยและคนอาเซียน โดยกรมส่งเสริมการเกษตรมีเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อการเรียนรู้จำนวนมาก ซึ่ง ททท.เตรียมจัดทำเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยว นำเสนอผ่านสำนักงาน ททท.ต่างประเทศ ในแถบเอเชียและอาเซียนทั้ง 13 แห่ง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดตัวในต้นปีหน้า สอดคล้องกับแคมเปญใหญ่ ปีท่องเที่ยววิถีไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท