posttoday
“มาย ฮอบบี้ เฮาส์” ทะยานความฝันสู่ธุรกิจทำเงิน

“มาย ฮอบบี้ เฮาส์” ทะยานความฝันสู่ธุรกิจทำเงิน

13 พฤศจิกายน 2557

โดย...ชาลินี ลงกานี

โดย...ชาลินี ลงกานี

ในขณะที่เด็กผู้ชายหลายคนมีความใฝ่ฝันเกี่ยวกับเครื่องบิน แต่จะมีสักกี่คนที่เปลี่ยนความฝันเหล่านั้นมาเป็นธุรกิจได้ ดังเช่น อเล็กซ์ แยพ ชาวมาเลเซียซึ่งเล่นตัวต่อเครื่องบินมาตั้งแต่วัยประถม

ต้องขอขอบคุณความพยายามของสายการบินท้องถิ่นที่สนับสนุนให้อุตสาหกรรมการบินกลายเป็นทางเลือกอาชีพอย่างหนึ่ง รวมถึงรายการโทรทัศน์ชื่อดังของฮ่องกง “พิชิตน่านฟ้า” ทำให้แยพและเพื่อนๆ ที่มีความฝันไกล ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนการบิน

ทว่า แยพยังไม่หยุดความฝันไว้เพียงเท่านี้ ชายหนุ่มผู้ชื่นชอบในเครื่องบินยังได้หันไปเล่นโมเดลเครื่องบินขนาดจิ๋วด้วย จากงานอดิเรกสนุกๆ ได้พลิกผันทำให้กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ และสุดท้ายก็ได้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ภายหลังจากเปิดเว็บไซต์ขายโมเดลเครื่องบินพาณิชย์ออนไลน์ชื่อว่า “มาย ฮอบบี้ เฮาส์” ในปี 2010

ระหว่างที่รอคอยเข้าทำงานในบริษัทการบิน แยพก็เล่นต่อโมเดลเครื่องบินเป็นงานอดิเรกฆ่าเวลา และระหว่างนั้นก็คิดเสมอว่าน่าจะมีวิธีหาโมเดลได้โดยที่ราคาไม่สูงมากขนาดนี้

“ของเล่นเหล่านี้ไม่ถูกเลยสักนิด เป็นงานอดิเรกที่ผลาญเงินในกระเป๋าไปเยอะ บางครั้งก็เท่ากับค่าขนมของผมทั้งสองเดือนก็ยังไม่ได้เครื่องบินสักลำเลย วิธีเดียวที่จะได้คือผ่านซัพพลายเออร์โดยตรง แต่เนื่องจากซัพพลายเออร์ขายส่งอย่างเดียว เราเลยคิดว่าจะซื้อมาเยอะๆ แล้วก็เปิดธุรกิจขนาดเล็กขายเลย” อเล็กซ์ แยพ กล่าวถึงที่มาของธุรกิจที่สร้างรายได้จำนวนมาก

ภายหลังจากที่ได้ไอเดีย แยพก็เอาแผนธุรกิจนี้ไปเสนอให้กับกลุ่มและเพื่อนๆ อีก 3 คน ซึ่งในขณะนั้นก็ยังไม่มีงานเต็มเวลาทำเหมือนกัน ทั้งหมดจึงตกลงปลงใจร่วมลองเสี่ยงกับธุรกิจนี้ดูสักครั้ง ทว่า เงินทุนที่มีน้อยนิดเป็นปัญหาของเด็กวัยรุ่น 4 คนในการเริ่มต้นธุรกิจ แต่ละคนมีเงินเก็บเพียงแค่ 2,000 ริงกิตเท่านั้น และยังไม่แน่ใจเลยว่าภาพในอนาคตของธุรกิจนี้จะเป็นอย่างไร

เจ้าของกิจการอายุน้อยทั้งสี่เข้าไปพบกับผู้ผลิต 2 แห่งด้วยกันเพื่อขอให้ส่งโมเดลเครื่องบินให้โดยตรง ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดีที่ซัพพลายเออร์ทั้งสองรายเห็นว่านี่เป็นโอกาสทองของธุรกิจตนเองพอดี เนื่องจากจะเป็นการเปิดตลาดในมาเลเซียเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ในช่วง 2 3 เดือนแรกธุรกิจไปได้ไม่สวยอย่างที่คิดไว้ เพราะขายได้พอถูไถเท่านั้น แต่นานๆ ไป “มาย ฮอบบี้ เฮาส์” ก็กลายมาเป็นแหล่งซื้อขายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการต่อโมเดลในเวลาว่าง จากนั้นทีมเจ้าของก็ตัดสินใจเพิ่มเงินทุนเว็บไซต์เพื่อกระตุ้นยอดขาย

“การสะสมโมเดลเครื่องบินเป็นงานอดิเรกที่เฉพาะกลุ่มมาก ดังนั้นตลาดจึงค่อนข้างเล็ก อย่างไรก็ตามไม่มีธุรกิจค้าปลีกเจ้าอื่นที่ขายตัวต่อเครื่องบิน หรือถ้าขายก็ต้องซื้อผ่านพ่อค้าคนกลางมาอีกต่อหนึ่งอยู่ดี พวกเราไม่รู้จักใครอีกเลยที่รับสินค้ามาจากผู้ผลิตโดยตรง” แยพ กล่าวด้วยความแปลกใจเพราะไม่คิดว่าธุรกิจนี้จะไปรอดเสียด้วยซ้ำ

ระหว่างที่ธุรกิจขยายไปเรื่อยๆ หุ้นส่วนคนอื่นก็ต่างได้งานเป็นนักบินสมกับที่ร่ำเรียนมา ส่วนแยพก็ยังเดินหน้าทำธุรกิจต่อไป และตัดสินใจที่จะเปิดร้านเป็นหลักเป็นแหล่ง กระนั้น หัวใจหลักของธุรกิจยังคงอยู่ที่การค้าแบบออนไลน์ แต่ลูกค้าผู้หลงใหลในเครื่องบินหลายคนต้องการได้เห็นและสัมผัสโมเดลด้วยตนเองก่อนที่จะซื้อ จึงทำให้แยพต้องเปิดร้าน

ในขณะนี้ลูกค้าราว 30% มาซื้อจากที่ร้าน ซึ่งไม่มีหน้าร้านจัดแสดงวางโชว์ เพื่อดึงดูดผู้ที่เดินผ่านไปมา แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาเลยสักนิด เพราะกลุ่มลูกค้าของ “มาย ฮอบบี้ เฮาส์” มีความชัดเจนอยู่แล้ว

“เป็นตลาดที่เฉพาะกลุ่มมาก ลูกค้าที่มาซื้อกับเราได้ตัดสินใจก่อนแล้วว่าอยากซื้อเครื่องบิน แล้วค่อยมาที่ร้าน” แยพชี้แจง

ทั้งนี้ ในแต่ละเดือนร้านนี้ขายเครื่องบินจำลองขนาดจิ๋วได้ราวๆ 500 ลำ หรือ 68 หมื่นริงกิต และในไม่ช้าเจ้าของกิจการก็มีโครงการจะขยายร้านเพิ่มเติมอีกด้วย เนื่องจากเห็นแล้วว่ามีผู้ที่สนใจสะสมเครื่องบินมากขึ้น และธุรกิจก็คงไปได้สวยอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท