posttoday
แอพเฟอร์รายย่อย ชู 2 ภาษาลุยค้าระดับโลก

แอพเฟอร์รายย่อย ชู 2 ภาษาลุยค้าระดับโลก

13 พฤศจิกายน 2557

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

จำนวนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในไทย ที่มีอยู่ราว 2.7 ล้านรายทั่วประเทศและมีแนวโน้มการเติบโตสูง ด้วยกลุ่มธุรกิจดังกล่าวถูกวางไว้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ที่ “พีระสิทธิ์ คุณเลิศอาภรณ์” ผู้ก่อตั้งธุรกิจเทคโนโลยี “แอพพลิเคชั่น ฟอร์ เอสเอ็มอี” (Application for SME) มองเห็นโอกาสทางธุรกิจเช่นกัน

พีระสิทธิ์ บอกว่า เริ่มต้นพัฒนาธุรกิจบริการแอพลิเคชั่นดังกล่าวในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ด้วยมองเห็นสัญญาณการเติบโตของเทคโนโลยีในประเทศ ที่มาพร้อมกับการเกิดขึ้นของเอสเอ็มอีใหม่ๆ ซึ่งก็รวมถึงเจ้าของธุรกิจรายเดิมที่กำลังปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับการทำธุรกิจเช่นกันอย่างไรก็ตามแม้ว่า จะมีการนำอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีมาใช้กันมากขึ้น ทว่าส่วนใหญ่กว่า 90% ของเอสเอ็มอีไทย ยังเผชิญกับปัญหาหลักเหมือนๆ กัน คือ การจัดการด้านระบบบัญชี (แอคเคาน์ติง) และการบริหารสินค้าคงคลัง (อินเวนโทรี) ซึ่งหากเจ้าของธุรกิจไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าวแล้ว ธุรกิจมักจะประสบปัญหาหรือไปไม่รอด ด้วยไม่สามารถควบคุมต้นทุนธุรกิจที่แท้จริงได้

ขณะที่ในปี 2558 กำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เชื่อว่าธุรกิจการค้าจะยิ่งมีการแข่งขันสูง จากความพร้อมของเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสิงคโปร์และมาเลเซียที่เตรียมขยายตลาดอาเซียนด้วยเช่นกัน และมีข้อได้เปรียบทางด้านภาษาแต่เป็นจุดอ่อนของผู้ประกอบการไทย ซึ่งเอสเอ็มอีไทยจะต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นฟอร์เอสเอ็มอี (Application for SME) จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับเจ้าของธุรกิจไทย ด้วยวางแนวคิดตั้งแต่เริ่มต้นพัฒนาให้รองรับได้ทั้งสองภาษา คือ ไทยและอังกฤษ เพื่อเข้ามาช่วยเอสเอ็มอีทั้งในระบบการขายและการบริหารจัดการธุรกิจได้แบบครบวงจร โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจซื้อมาขายไป (เทรดดิ้ง) ระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของบริการดังกล่าวและกลุ่มเป้าหมายรองบริษัทผู้ผลิตโรงงานต่างๆ

“แอพพลิเคชั่นฟอร์เอสเอ็มอีกำหนดกลุ่มลูกค้าไว้ชัดเจน คือ เป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางย่อมที่มีพนักงานไม่เกิน 100 คน ซึ่งจะเป็นเอสเอ็มอีจริงๆ” พีระสิทธิ์ กล่าว

ส่วนการทำตลาดบริการดังกล่าว จะเป็นทั้งการไปออกบูธผ่านงานแสดงหรือเอกซิบิชั่นเอสเอ็มอีต่างๆ เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) ใช้บริการฟรี 1 ปี ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่สนใจ จากปัจจุบันวางราคาขายในการใช้สิทธิ (ไลเซนส์) แอพดังกล่าวอยู่ที่ 4.9 หมื่นบาท และแบบรายเดือน 990 บาท

โดยมีรูปแบบบริการที่เชื่อมต่อระหว่างระบบหน้าบ้าน (ฟรอนท์ ออฟฟิศ) อุปกรณ์ (ดีไวซ์) ไปยังเว็บไซต์ ซึ่งจะมีแอพดังกล่าวทำหน้าที่บริหารจัดการ (มอนิเตอร์) ตรงกลาง ไปจนถึงระบบการทำงานหลังบ้าน (แบ็กออฟฟิศ) ให้กับเจ้าของธุรกิจ ที่ปัจจุบันแอพดังกล่าว ถูกพัฒนาให้รองรับทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ซึ่งในขณะนี้มีธุรกิจเอสเอ็มอีใช้บริการร่วม 10 รายแล้ว

พีระสิทธิ์ เสริมว่า ปัจจุบันกำลังพัฒนาแอพในเฟสที่ 2 เพื่อให้สามารถดาวน์โหลดการใช้บริการผ่านเพลย์สโตร์ของระบบแอนดรอยด์และแอพสโตน์ของไอโอเอสด้วย เพื่อให้บริการมีความเป็นสากลและเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดแอพพลิเคชั่นบนเครือข่ายออนไลน์ของผู้ใช้บริการสมาร์ทโฟน จากจุดเด่นด้าน 2 ภาษา เพื่อรองรับกลุ่มเอสเอ็มอีไทย ที่เตรียมขยายการทำตลาดการค้าในระดับโลก โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์

จากแผนดังกล่าว ได้วางเป้าหมายในปีหน้าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 30 ราย พร้อมหวังว่าในอนาคตแอพพลิเคชั่นฟอร์เอสเอ็มอีที่ถูกพัฒนาระยะต่อๆ ไป จะมีส่วนแบ่งไม่ต่ำกว่า 1% ของตลาดแอพพลิเคชั่นระดับโลกที่มีมูลค่าหลักหลายหมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท