
Chef’s Table
“Chef’s Table” คำนี้ได้ยินกันบ่อยมาก...แล้วมันคืออะไรล่ะครับ
“Chef’s Table” คำนี้ได้ยินกันบ่อยมาก...แล้วมันคืออะไรล่ะครับ
จริงๆ แล้วผมว่ามันก็เหมือนกันกับ Chef’s Salad นั่นล่ะครับ คือมีวัตถุดิบอะไรในครัว ก็เอามาทำสลัดตามใจเชฟ แล้วก็เสิร์ฟให้ลูกค้า แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ลูกค้าพอใจหรือไม่ ในปัจจุบันมีร้านอาหารเปิดให้บริการมากมาย นอกจากการตกแต่งร้าน บรรยากาศที่ช่วยดึงดูดลูกค้าแล้ว การปรุงอาหารและเสิร์ฟแบบ Chef’s Table เป็นการจูงใจลูกค้าอีกทาง ซึ่งให้ความรู้สึกที่ว่ากินยาก จองยาก หัวใจสำคัญของการทำอาหารแบบโต๊ะเชฟ คือ วัตถุดิบที่มีในขณะนั้น วิธีการปรุงที่เชฟถนัด และการเสิร์ฟ
ผมยกตัวอย่างจากตัวเอง ได้โจทย์มาว่ามากินข้าวแบบครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ และลูกชาย 2 ขวบครึ่ง อยากกินซี่โครงแกะย่างเป็นหลัก...อย่างอื่นแล้วแต่เชฟ ผมรีบโทรไปสั่งซี่โครงแกะจากบุทเชอร์เจ้าประจำ สั่งเสร็จก็ไปเดินเล่น อ.ต.ก. หาอะไรเพิ่มสำหรับ 3 คน ระหว่างขับรถไปก็มีโทรศัพท์เข้ามาบอกว่ามีแขกรุ่นพี่อีก 3 คนมากินด้วยช่วงดึก... โชคดีของผมจริงๆ ที่วัตถุดิบสดๆ เพิ่งมาใหม่ ลองมาดูกันครับ
1.ซี่โครงแกะ 2.กุ้งแม่น้ำขนาดตัวละ 3 ขีด 3 ตัว 3.Canadian Lobster หนัก 1.5 กก. ตัวหนึ่ง 4.กั้งตั๊กแตนตัวยาวเกือบศอก 8 ตัว 5.เนื้อโคขุน Prime Ribs ติดกระดูก หนัก 700 กรัม 1 ชิ้น
ปกติแล้วไม่ว่าจะทำอาหารชาติไหน ผมก็จะเสิร์ฟเรียงเป็นคอร์ส แต่เป็นสำรับ และเสิร์ฟอาหารแบบ Safari คือ อาหารหลายๆ ชาติในมื้อเดียวกัน แล้วแบ่งกันกินได้ทั้งโต๊ะ แต่ซุปเสิร์ฟแยก มาดูกันครับ
ซี่โครงแกะโรยเกลือพริกไทยแล้วย่างสุก เสิร์ฟกับข้าวเหนียวนึ่ง สำหรับคุณลูกค้าตัวจิ๋ว ซี่โครงแกะหมักไวน์แดงและสมุนไพร เสิร์ฟกับแจ่วและส้มตำปูปลาร้า กุ้งแม่น้ำเผากินกับน้ำจิ้มพริกขี้หนูสวน Lobster สดต้ม อบชีสกับเนยละลาย สเต๊ก Prime Rib สุกปานกลางเสิร์ฟกับเกลือทรัฟเฟิล สปาเกตตีผัดเบคอนพริกแห้งและชีสพาร์เมซาน กั้งทอดกระเทียมพริกไทย ข้าวต้มเนื้อกั้งสด และผลไม้สุดท้ายเป็นการจบมื้ออาหารอย่างสมบูรณ์
เห็นมั้ยครับว่าเสิร์ฟแบบสบายใจทั้งคนทำและคนกิน







