
ยางเสื่อมครึ่งสต๊อก
ผงะอัดก้อนเน่าค้างโกดังกว่า1แสนตันครม.สั่งเร่งระบายทุกช่องทางให้ได้ราคาดี
ผงะอัดก้อนเน่าค้างโกดังกว่า1แสนตันครม.สั่งเร่งระบายทุกช่องทางให้ได้ราคาดี
สต๊อกยางเสื่อมคุณภาพแสนตัน ครม.อนุมัติเร่งระบายในช่องทางเหมาะสมและได้ราคาดีที่สุด
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบผลการตรวจสอบสต๊อกยางพาราที่ได้จากการแทรกแซงราคาของรัฐบาลที่แล้ว ปริมาณทั้งสิ้น 1.93 แสนตัน แบ่งเป็นยางอัดก้อน 1.64 แสนตัน และยางแท่ง 2.9 หมื่นตัน พบว่ายางในสต๊อกมีการเสื่อมภาพหรือเป็นยางที่จัดชั้นไม่ได้สูงเกิน 1 แสนตัน โดยเฉพาะยางอัดก้อนที่ปรากฏว่ามีปริมาณยางคุณภาพต่ำมาก 1.03 แสนตัน หรือคิดเป็น 62.82% ของยางอัดก้อนทั้งหมด
“ยางอัดก้อนที่มีทั้งหมด 1.64 แสนตัน ปรากฎว่าเป็นยางที่จัดชั้นไม่ได้หรือยางที่คุณภาพต่ำมากแต่ยังพอนำไปใช้ได้สูงถึง 1.03 แสนตัน เป็นยางคุณภาพดีเพียง 5.5 หมื่นตัน ส่วนที่เหลืออีก 5,305 ตัน หรือ 3.23% มีรูปทรงบิดเบี้ยวไปจากรูปทรงปกติ ส่วนยางแท่งที่มีทั้งสิ้น 2.9 หมื่นตัน พบว่ายางส่วนใหญ่ 2.84 หมื่นตัน เป็นยางแท่งคุณภาพดี เป็นยางที่เสียหายแต่ยอมรับได้ 503 ตัน และเสียหายจนใช้การไม่ได้ 59 ตัน” พล.ต.สรรเสริญ ระบุ
พล.ต.สรรเสริญ ระบุว่า ครม.เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบายยางในสต๊อก โดยต้องระบายในช่องทางที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุด ตลอดจนระบายยางได้อย่างรวดเร็วและได้ราคาที่ดีที่สุด ซึ่งการดำเนินการจะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ขั้นตอนการปฏิบัติงานในการซื้อขายยางตามคุณภาพยางแต่ละชนิด อีกทั้งให้ยึดหลักว่าเมื่อขายยางแล้วจะต้องไม่กระทบราคาในตลาด
“ครม.เห็นชอบให้ระบายยางในช่องทางที่ดีที่สุดเป็นประโยชน์ที่สุด และไม่ใช่เฉพาะระบายให้กับผู้ประกอบการในประเทศ แต่ขายให้ต่างประเทศได้ด้วย ซึ่งจากการเดินทางไปต่างประเทศหลายประเทศของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้มีการหารือเรื่องยางพารากับนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งหลายรายแสดงความสนใจที่จะซื้อยางไทย ส่วนการตรวจสอบสาเหตุที่ยางเสียหายว่าเกิดจากอะไรนั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปดูในรายละเอียดว่าเกิดจากการเก็บรักษาไม่ดี หรือเป็นการซื้อยางที่มีความชื้นสูงมาเก็บไว้” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว







