
ลงทุนทะลุ7แสนล้านแน่
บีโอไอมั่นใจยอดขอส่งเสริมลงทุนปีนี้จะสูงกว่าเป้าหมาย 7 แสนล้าน คุยถึง ต.ค.ทะลุ 6.45 แสนล้าน
บีโอไอมั่นใจยอดขอส่งเสริมลงทุนปีนี้จะสูงกว่าเป้าหมาย 7 แสนล้าน คุยถึง ต.ค.ทะลุ 6.45 แสนล้าน
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ถึงตอนนี้มีความมั่นใจว่า ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งปีจะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7 แสนล้านบาทแน่นอน เพราะตั้งแต่เดือน ม.ค.ต.ค. มีมูลค่าลงทุน 6.45 แสนล้านบาท มีโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 1,206 โครงการ
นายอุดม กล่าวว่า การยื่นขอรับส่งเสริมในเดือน ต.ค. สะท้อนว่านักลงทุนไทยและต่างประเทศสนใจลงทุนมากขึ้น โดยเดือน ต.ค.เดือนเดียว มีผู้ประกอบการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 187 โครงการ มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. มูลค่าลงทุนรวม 5.58 หมื่นล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 130 โครงการ มูลค่าลงทุน 1.9 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดกลางและเล็ก
ขณะที่โครงการใหญ่ เงินลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท มี 149 โครงการ เงินลงทุน 5.43 แสนล้านบาท เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ รถยนต์อีโคคาร์ ยางรถยนต์ ยางสำหรับอากาศยาน กิจการผลิตสิ่งปรุงแต่งอาหาร ผลิตถุงมือทางการแพทย์
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบมูลค่าและจำนวนโครงการลงทุน 10 เดือนแรกของปีนี้เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2556 ยังปรับตัวลดลง 19% และ 18.7% ตามลำดับ
นายอุดม กล่าวว่า การยื่นขอรับส่งเสริมลงทุนในช่วง 10 เดือน กระจายอยู่ในกลุ่มกิจการที่มีขนาดเงินลงทุนต่างๆ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของโครงการที่มีขนาดเงินลงทุนขนาดกลาง (เงินลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท) จำนวนถึง 1,057 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 1.02 แสนล้านบาท มีกิจการที่น่าสนใจ เช่น กิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กิจการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์ กิจการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน กิจการเลี้ยงสัตว์ กิจการผลิตถุงมือยาง และผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ โรงไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลและขยะ
ขณะที่การลงทุนของ
สำหรับกิจการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนสูงสุด อยู่ในกลุ่ม บริการ และสาธารณูปโภค 355 โครงการ เงินลงทุน 2.65 1แสน ล้านบาท ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและยานยนต์ 237 โครงการ เงินลงทุน 2.07 แสนล้านบาท กิจการกลุ่มเคมี กระดาษ และพลาสติก 141 โครงการ เงินลงทุน 6.07 หมื่นล้านบาท กลุ่มกิจการเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร 198 โครงการ เงินลงทุน 4.55 หมื่นล้านบาท กิจการเหมืองแร่ เซรามิกส์ และโลหะขั้นมูลฐาน 43 โครงการ เงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท กิจการอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องไฟฟ้า 192 โครงการ เงินลงทุน 2.02 หมื่นล้านบาท และกิจการในอุตสาหกรรมเบา 40 โครงการ เงินลงทุน 1.73 หมื่นล้านบาท







