
ปตท.ฟาดกำไร24,558ล้าน
ปตท.เปิดกำไรลดลง20% โบ้ยถูก ปตท.สผ.ฉุด PTTEP รับปีหน้าอีบิตดามาร์จิ้นอ่อน รอซื้อกิจการถูก
ปตท.เปิดกำไรลดลง20% โบ้ยถูก ปตท.สผ.ฉุด PTTEP รับปีหน้าอีบิตดามาร์จิ้นอ่อน รอซื้อกิจการถูก
บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2557 ว่ามีกำไรสุทธิ 24,558 ล้านบาท ลดลงจำนวน 6,243 ล้านบาท หรือประมาณ 20.26% จากระยะเดียวกันปีก่อนและลดลงจำนวน 5,880 ล้านบาท หรือ 19.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ทำให้รวม 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 82,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 4,151 ล้านบาท หรือ 5.30% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน
สำหรับสาเหตุที่ทำให้กำไรไตรมาส 3 ลดลง บริษัท ปตท. ชี้แจงว่า เนื่องจากการลดลงของบริษัทปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เป็นสำคัญ ซึ่งมีการตัดจำหน่ายหลุมสำรวจที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ในต่างประเทศ ขณะที่ ปตท.ยังมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 757,619 ล้านบาท
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สผ. เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตรากำไรก่อนภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดามาร์จิ้น) ในปี 2558 จะลดลงจากปี 2557 ที่จะได้ประมาณ 70% เพราะได้รับผลกระทบราคาน้ำมันดิบโลกที่ลดต่ำต่อเนื่อง
“แม้ว่าอีบิตดามาร์จิ้นจะลดลง แต่มั่นใจว่าบริษัทยังมีความสามารถทำกำไรที่ดีกว่าบริษัททั่วไป เพราะมีนโยบายหลักออกมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่างๆ ลงเพื่อให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น และถือเป็นทิศทางของธุรกิจนี้ทั่วโลกที่ให้ความสำคัญ” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว
ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลงมาต่ำอยู่ที่ระดับ 78 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล คาดว่าในปี 2558 ราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ระดับ 85 เหรียญสหรัฐ ทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยของ PTTEP ในปี 2558 น่าจะอยู่ที่ 60 เหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าช่วง 9 เดือนที่ทำได้ 66 เหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงถือเป็นโอกาสในการเข้าไปซื้อกิจการได้ในราคาถูก ซึ่งบริษัทมีนโยบายลงทุนด้วยความระมัดระวัง โดยจะเน้นในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนที่ดำเนินการผลิตอยู่และให้ผลตอบแทนที่ดี
สำหรับโครงสร้างทางการเงินในปี 2557 บริษัทจะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นับว่าเพียงพอลงทุนตามแผนงาน และในปี 2558 ตั้งเป้าปริมาณขายเติบโต 10% โดยปีนี้คาดว่าปริมาณขายจะอยู่ที่ 2.92 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน







