posttoday
ดับร้อนหุ้นเฉพาะตัว

ดับร้อนหุ้นเฉพาะตัว

13 พฤศจิกายน 2557

บอร์ดตลาดเคาะ19นี้ยันไม่คุมเหวี่ยงแหเทรดหุ้นเล็กปูด20%มาร์จิ้นโผล่6หมื่นล้าน

บอร์ดตลาดเคาะ19นี้ยันไม่คุมเหวี่ยงแหเทรดหุ้นเล็กปูด20%มาร์จิ้นโผล่6หมื่นล้าน

บอร์ดตลาดนัดถก 19 พ.ย.ออกมาตรการดับร้อนหุ้น เผยใช้ยาตรงจุด แห่ทิ้งหุ้นแสบ

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะพิจารณามาตรการดูแลหุ้นที่มีระดับการเก็งกำไรสูงผิดปกติ โดยจะไม่มีแนวทางใช้บทลงโทษ แต่จะยึดหลักกลไกตลาดเสรี และใช้ให้ยาตรงจุด ตัวไหนมีการซื้อขายผิดปกติก็จะใช้มาตรการจัดการหุ้นตัวนั้นๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบทำลายบรรยากาศการลงทุนในหุ้นตัวอื่น หรือการลงทุนในภาพรวม

“มาตรการดูแลหุ้นที่ร้อนแรงจะต้องคำนึงความเป็นตลาดเสรี รักษากลไกเสรี แต่หากหุ้นตัวไหนร้อนแรงก็ต้องใช้ยาให้ตรงจุด และป้องกันไม่ให้ความเสียหายเกิดกับผู้ลงทุนน้อยที่สุด เพราะหากการซื้อขายมีความร้อนแรงจนเกิดลูกโป่ง จะสร้างความเสียหายในระยะยาว กระทบต่อความเชื่อมั่นในการเข้าลงทุนได้ เป็นสิ่งที่เราไม่อยากเห็น” นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าว

ทั้งนี้สาเหตุสำคัญต้องหามาตรการดูแลหุ้นที่มีการซื้อขายเข้าข่ายร้อนแรงเกินผิดปกติ เพราะพบว่าสัดส่วนการซื้อขายในหุ้นเหล่านี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20% ของการซื้อขายหุ้นโดยรวม ภายในระยะเวลา 23 เดือน จากก่อนหน้านี้มีสัดส่วนการซื้อขายประมาณ 10% เท่านั้น อาจเป็นเพราะภาพรวมตลาดหุ้นดีขึ้น หุ้นพื้นฐานตัวอื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูง และระหว่างทางไม่มีการปรับฐาน ทำให้นักลงทุนต้องหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ หันมาเลือกลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กมากขึ้น จนเป็นผลให้อัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ของหุ้นเหล่านี้จากระดับ 20-30 เท่าเพิ่มสูงขึ้นเป็น 80 เท่า โดยปัจจัยพื้นฐานโตไม่ทันกับราคาที่เพิ่มขึ้น และในอนาคตเมื่อสภาพคล่องการซื้อขายหุ้นเหล่านี้ลดลงอาจทำให้ผู้ลงทุนไม่สามารถขายหุ้นได้

สำหรับสินเชื่อเพื่อซื้อหุ้นทั้งระบบ (มาร์จิ้น) ปัจจุบันอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้มีประมาณ 45 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่น่าจะมีนัยสำคัญ เพราะเป็นการเพิ่มตามตลาดหุ้นโดยรวม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการซื้อขายของผู้ลงทุนรายบุคคลในบางวัน มีสัดส่วนเกิน 60%

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ตลท.จะประชุมร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยในวันที่ 19 พ.ย.นี้ เพื่อหารือผลการระดมความคิดเห็นแนวทางการจัดการหุ้นที่เข้าข่ายร้อนแรงเกินปกติ คงไม่ใช่การใช้มาตรการคุมเข้ม ต้องการให้นักลงทุนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารมากที่สุด

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นไม่ว่าจะเป็นไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ต่างประสบกับภาวะการเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางและเล็กอยู่ในระดับสูง น่าจะเป็นเพราะราคาหุ้นบลูชิปขนาดใหญ่ได้สะท้อนกับปัจจัยพื้นฐาน ทำให้นักลงทุนหันมองหาโอกาสลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กแทน จากโอกาสการเติบโตในระดับสูง

“พี/อีหุ้นไทยขณะนี้อยู่ที่ระดับ 16.28 เท่า และนักลงทุนหันมาลงทุนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ทำให้สัดส่วนการลงทุนหุ้นนอก SET100 ในเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 45% จากเดือนก่อนหน้ามีสัดส่วน 44% และเทียบกับตลอดปี 2556 มีเพียง 24%” นายภากร กล่าว

นายวสันต์ เทียนหอม รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ทางสำนักงานมีการหารือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นระยะๆ เพื่อดูหรือปรับมาตรการให้ทันกับสถานการณ์หุ้นผันผวน ซึ่งตอนนี้ก็มีการใช้หลายมาตรการแล้ว รวมถึงการต้องวางเงินสดก่อนซื้อ (แคชบาลานซ์) 6 สัปดาห์ ก็ยังได้ผลในระดับหนึ่ง

ขณะที่ข่าวการนัดประชุมของบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ ในสัปดาห์หน้า สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะการเก็งกำไรในหุ้นร้อน ส่งผลให้ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงผิดปกติปรับตัวลงแรง และส่งผลให้ตลาดหุ้นรวมทรุดลง 9.17 จุด หรือ 0.58% ดัชนีปิดที่ 1,562.03 จุด สถาบันทิ้งหนัก 1,217 ล้านบาท ส่วนต่างชาติซื้อสุทธิ 505 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล