posttoday
"ไอบริก"เร่งขยายรับอานิสงส์สื่อบอกบ้านโต

"ไอบริก"เร่งขยายรับอานิสงส์สื่อบอกบ้านโต

13 พฤศจิกายน 2557

จากแนวโน้มของสื่อนอกบ้าน หรือเอาต์ ออฟ โฮม ที่มีอัตราการเติบโตที่ดีสวนกระแสภาพรวมธุรกิจสื่อในรูปแบบอื่นๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจดังกล่าวเริ่มขยับขยายธุรกิจออกมาไปตามหัวเมืองใหญ่ และประเทศเพื่อนบ้านที่มีเขตพรมแดนติดกับประเทศไทย

จากแนวโน้มของสื่อนอกบ้าน หรือเอาต์ ออฟ โฮม ที่มีอัตราการเติบโตที่ดีสวนกระแสภาพรวมธุรกิจสื่อในรูปแบบอื่นๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจดังกล่าวเริ่มขยับขยายธุรกิจออกมาไปตามหัวเมืองใหญ่ และประเทศเพื่อนบ้านที่มีเขตพรมแดนติดกับประเทศไทย

บริษัท ไอบริก ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจไปตามหัวเมืองใหญ่และประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ซึ่งรูปแบบของการเข้าไปขยายธุรกิจก็จะมีทั้งในส่วนของการเข้าไปจัดงานเทรดโชว์ และการเข้าไปจับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศนั้นๆ เพื่อเข้าไปทำธุรกิจสื่อนอกบ้าน

สักกฉัฐ ศิวะบวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอบริก ผู้ดำเนินธุรกิจงานเทรดโชว์และป้ายโฆษณา เปิดเผยว่า หลังจากผู้ประกอบการค้าปลีกและผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออกมาขยายธุรกิจในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจสื่อนอกบ้านมีการขยายตัวตามไปด้วย ซึ่งเมืองที่มีการขยายตัวมากที่สุด คือ เมืองที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

ประเภทของสื่อนอกบ้านที่น่าจับตามองมากที่สุด คือ สื่อป้ายโฆษณาดิจิทัล เพราะจากการขยายตัวของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ส่งผลให้สื่อดังกล่าวมีการขยายตัวมากขึ้น เห็นได้จากแนวโน้มการเติบโตของสื่อประเภทดังกล่าวที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 75% แซงหน้าสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ ซึ่งถือเป็นสื่อหลักที่ผู้ประกอบการในตลาดต่างจังหวัดนิยมใช้ ที่ปีนี้มีอัตราการเติบโตเพียง 25% เท่านั้น ขณะที่สื่อป้ายโฆษณาและสื่อร้านค้ามีอัตราการเติบโตติดลบอยู่ที่ 5% และ 10%

“เทรนด์ของสื่อโฆษณาป้ายดิจิทัลโตสวนทางกับสื่อโฆษณาเอาต์ดอร์อื่นๆ และแพร่หลายทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ ทั้งจากเทรนด์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองที่ต้องการข่าวสารแบบเรียลไทม์ อีกทั้งป้ายแอลอีดีและดิจิทัลสามารถสร้างสรรค์ทั้งแสง สี เสียง และภาพในแบบ 3 มิติที่สามารถเข้าถึงและดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงการสื่อสารสองทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ” สักกฉัฐ กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้ตลาดตื่นตัวมากขึ้น สักกฉัฐ มีแผนที่จะขยายการจัดงานเทรดโชว์ ไซน์ เอเชีย เอ็กซ์โป ไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านในปีหน้า จากเดิมจะเน้นจัดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากต้องการเป็นสื่อกลางทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการและลูกค้าได้เข้ามาเจรจาธุรกิจร่วมกัน

“ปีหน้าเรามีแผนที่จะขยายการจัดงาน ไซน์ เอเชีย เอ็กซ์โป ไปในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เนื่องจากในปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจสื่อเอาต์ ออฟ โฮม ไปยังกลุ่มประเทศดังกล่าวเพื่อรองรับการเปิดเออีซีที่จะเกิดขึ้นในปลายปี 2558” สักกฉัฐ กล่าว

ปัจจัยที่ทำให้บริษัท ไอบริก เลือกที่จะบุกเข้าไปขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี หรือกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เนื่องจากกลุ่มประเทศดังกล่าวมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกับประเทศไทย ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ และยอมรับธุรกิจของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้บริษัท ไอบริก จึงเล็งเห็นโอกาสดังกล่าว

สำหรับการจัดงาน ไซน์ เอเชีย เอ็กซ์โป–แอลอีดี แอนด์ ดิจิทัล ไซน์ 2014 ในปีนี้ ระหว่างวันที่ 13-16 พ.ย.นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เออีซี คอนเนกชั่น เกตเวย์” นำร่องทีมนักธุรกิจไทยในวงการป้ายและโฆษณาเพื่อจับคู่ธุรกิจ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลและศึกษาถึงโอกาสในการร่วมมือกันระหว่างนักธุรกิจท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มประเทศอาเซียนที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านและคู่ค้าสำคัญของไทย

สักกฉัฐ กล่าวต่อว่า การจัดงาน ไซน์ เอ็กซ์โป ในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 พ.ย. นี้ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 500 บูธ โดยในส่วนของปีนี้คาดว่าจะมีผู้ประกอบธุรกิจ และนักธุรกิจจากต่างประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 30 ประเทศ และคาดว่าจะมีเม็ดเงินจากการซื้อขายสินค้าภายในงานไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท

หลังจากออกมาปักธงบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจังนับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป สักกฉัฐ คาดการณ์ในอีก 3 ปีนับจากนี้ บริษัท ไอบริก จะมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจงานเทรดโชว์และป้ายโฆษณาไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้คาดว่าจะปิดรายได้ที่ 4050 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท