posttoday
ต้านเวที "เขื่อนดอนสะโฮง" ตัดสิทธิชาวบ้านริมน้ำโขง

ต้านเวที "เขื่อนดอนสะโฮง" ตัดสิทธิชาวบ้านริมน้ำโขง

13 พฤศจิกายน 2557

แม้กลุ่มทุนนานาชาติจะเพ่งมองการลงทุนด้านพลังงานในประเทศลาว โดยเฉพาะเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเพื่อผลิตไฟฟ้า

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

แม้กลุ่มทุนนานาชาติจะเพ่งมองการลงทุนด้านพลังงานในประเทศลาว โดยเฉพาะเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเพื่อผลิตไฟฟ้า แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้โดยสะดวก แรงต้านนั้นใช่เพียงกลุ่มประชาชน ล่าสุดโครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า “ดอนสะโฮง” ที่เมืองโขง แขวงจำปาสัก ประเทศลาว ใกล้ชายแดนกัมพูชา ก็ถูก 3 ประเทศประกอบด้วย ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ทักท้วงในที่ประชุมกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือเอ็มอาร์ซี เมื่อเดือน ก.ย. 2556 ที่ผ่านมา โดยทั้งสามชาติขอให้รัฐบาลลาวมีการปรึกษาหารืออย่างเป็นทางการ และมีการประเมินทางเทคนิค ซึ่งทำให้กรมทรัพยากรน้ำในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย จัดรับฟังความเห็นการให้ข้อมูลโครงการที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันจันทร์ที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อนำข้อมูลเสนอให้เอ็มอาร์ซีรับทราบภายในเดือน ม.ค. 2558 นี้

อย่างไรก็ตาม แกนนำชาวบ้านจาก อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีวิถีชีวิตทำมาหากินกับแม่น้ำโขง ก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่า

“การเปิดเวทีรับฟังความเห็นครั้งนี้เป็นเพียงพิธีกรรมของกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อนำไปสู่การสร้างเขื่อนขึ้นมา เพราะหากดูข้อเท็จจริงพบว่าชาวบ้านที่เข้ามาร่วมแสดงความเห็นไม่ได้เป็นชาวบ้านที่อาศัยและประกอบอาชีพตามริมแม่น้ำโขง เป็นชาวบ้านมาจากลุ่มน้ำอื่นที่อยู่ด้านบนขึ้นไป”

ชาวบ้านจาก อ.โขงเจียมกลุ่มนี้ ถือว่ามีบทบาทในการคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คือการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อปี 2555 เพื่อให้มีคำสั่งยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับเขื่อนไซยะบุรีในประเทศลาว

กฤษกร ศิลารักษ์ หนึ่งในแกนนำเครือข่าย ระบุว่า เวทีนี้ไม่มีความชอบธรรม ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนต่อผลกระทบที่ชาวบ้านตั้งคำถาม อีกทั้งยังบอกว่าการสร้างเขื่อนดอนสะโฮงเป็นอธิปไตยของประเทศลาวที่ทำได้ จึงไม่อาจร่วมเวทีต่อไปได้ และนำกลุ่มชาวบ้านออกจากที่ประชุม

อย่างไรก็ตาม หลังจากการจัดเวทีที่ จ.อุบลราชธานี แล้ว ในวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำ ก็จัดเวทีเดียวกันนี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่งที่ จ.นครพนม ขณะเดียวกันกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วยตัวแทนจาก จ.เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ก็ร่วมกันแถลงข่าวแสดงความกังวลใจต่อกระบวนการและวิธีการที่กรมทรัพยากรน้ำ กำลังดำเนินการกรณีเขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งแย่ยิ่งกว่ากรณีเขื่อนไซยะบุรี

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว จากกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์โดยระบุว่า การเปลี่ยนความหมายของคำว่า Prior Consultation เป็นการให้ข้อมูล ไม่ใช่การปรึกษาหารือ ถือเป็นการกีดกันเสียงของประชาชนผู้ที่จะได้รับผลกระทบ

“พวกเราสิ้นหวังต่อกรมทรัพยากรน้ำ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิของประชาชนชาวไทยที่จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการกีดกันไม่ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงได้เข้าร่วม ไม่แม้แต่จะได้รับเชิญ สิ่งนี้เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และขัดต่อหลักกฎหมายสากล ขอให้กรมทรัพยากรน้ำ มีมาตรการที่จะทำให้มั่นใจว่า ผู้ที่จะเดือดร้อนจะสามารถเข้าร่วมกระบวนการได้ และนำไปสู่การตัดสินใจที่รับผิดชอบต่อประชาชนในลุ่มแม่น้ำโขงอย่างแท้จริง”

ด้าน อิทธิพล สาสุข ตัวแทนจาก จ.หนองคาย กล่าวว่า เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง นัดมาพูดคุยกันถึงความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง โดยในช่วงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย เปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน รวมถึงสิ่งแวดล้อม เช่น การไหลของน้ำที่แต่ก่อนไม่เกิดน้ำขึ้น น้ำลง เพราะแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่จะไหลไปในทางเดียวไม่มีการไหลย้อน แต่เวลานี้มีการขึ้นลงของน้ำ กระทบต่อชาวบ้านที่ทำการเกษตรริมโขงเป็นอย่างมาก

“อีกกรณีคือแม่น้ำโขงช่วงหน้าวัดจอมมณี จะมีชายหาดใหญ่ผุดขึ้นมาทุกปี เป็นสถานที่พักผ่อน เล่นน้ำ จังหวัดร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ใช้เป็นสถานที่จัดงานมหาสงกรานต์ แต่ปัจจุบันหาดได้หายไปบางส่วนจากอิทธิพลของการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง”

นี่คือเสียงสะท้อนบางส่วน ขณะที่ข้อกังวลใหญ่ที่สุดคือ การสร้างเขื่อนดอนสะโฮง คือ การสร้างเขื่อนดอนสะโฮงบริเวณสีพันดร ซึ่งเป็นจุดผ่านของปลาจากทางตอนใต้ที่จะขึ้นมาวางไข่ทางตอนเหนือ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพันธุ์ปลากว่า 70% ซึ่งหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนหลายสิบล้านคนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ต้องจับตาว่า เวทีชี้แจงข้อมูลเขื่อนดอนสะโฮง ของกรมทรัพยากรน้ำอีก 4 เวทีที่เหลือ จะมีผลออกมาอย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท