
"หม่อมอุ๋ย"เล็งตั้งศูนย์ข้อมูล-เว็บไซด์หนุนเอสเอ็มอีขายสินค้าออนไลน์
รองนายกฯ ปัดอัดเงินช่วยเอสเอ็มอี แต่จะเน้นจัดทำข้อมูลทางไอทีและสร้างเว็บไซด์เพื่อขายสินค้าสนับสนุนผู้ประกอบการให้ใช้ประโยชน์แทน เหตุเรื่องเงินแบงก์ทำได้ดีอยู่แล้ว
รองนายกฯ ปัดอัดเงินช่วยเอสเอ็มอี แต่จะเน้นจัดทำข้อมูลทางไอทีและสร้างเว็บไซด์เพื่อขายสินค้าสนับสนุนผู้ประกอบการให้ใช้ประโยชน์แทน เหตุเรื่องเงินแบงก์ทำได้ดีอยู่แล้ว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา"เปิดประตูเศรษฐี SMEs ไทย" ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายจ่ายเงินหรือสนับสนุนด้านการเงินแก่ธุรกิจของเอสเอ็มอีในขณะนี้ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมีการสนับสนุนปล่่อยกู้มาตลอดและทำได้ดีอยู่แล้ว อะไรที่ภาคเอกชนทำได้ดีอยู่แล้วรัฐบาลจะไม่เข้าไปยุ่ง แต่รัฐบาลจะสนับสนุนด้านอื่นที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เอสเอ็มอีจะเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ คือ จัดทำศูนย์ข้อมูลทางไอทีที่สามารถดูผ่านจอคอมพิมเตอร์เครือข่ายออนไลน์ได้ ให้เป็นแหล่งข้อมูลที่เอสเอ็มอีจะเอาไปใช้แระโยชน์ได้ง่ายๆ และเปิดเว็บไซด์สักขึ้นมาสักแห่งเหมือนกับเว็บไซด์อาลีบาบาของจีน เพื่อเป็นแหล่งขายสินค้าทางออนไลน์ คนเข้ามาขายเช้ามาซื้อได้ง่ายๆ ซึ่งเหล่านี้เป็นหนึ่งในโครงการดิจิตอลอีโคโคโนมี่่ที่รัฐบาลจะดำเนินการจัดทำ
"เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีบทบาทอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าภาคอุตสาหกรรม เพราะเอสเอ็มอีที่จดทะเบียน 6.84 แสนราย มีการจ้างงานถึง 11 ล้านคน คิดเป็นการจ้างงานถึง 80% แต่การช่วยของรัฐบาลไม่ต้องให้เงินกู้มาสนับก็ได้ เนื่องจากแบงก์ทำได้ดีแล้ว แต่รัฐจะจัดโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นให้เอสเอ็มอีมาใช้แระโยชน์แทน" ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะผ่อนคลายนโยบายการเงินหรือจะลดดอกเบี้ยหรือไม่นั้น ถ้าธปท.จะผ่อนคลายก็ผ่อน ไม่ผ่อนก็เป็นเรื่ิองที่ธปท.จะพิจารณาอย่างเหมาะสมอยู่แล้ว รัฐบาลจะไม่เข้าไปยุ่ง อย่างไรก็ดีในแง่การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลัง การเบิกจ่ายของภาครัฐในช่วงเดือนธ.ค.นี้น่าจะมีมากขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลดีมากขึ้น ฉะนั้น จะยังไม่ประเมินผลงานของทีมเศรษฐกิจในตอนนี้ จะรอดูผลอละดูเม็ดเงินที่จะออกในเดือนธ.ค.นี้ก่อน







