
ปลุกลงทุนเกษตรโอมานดึงคนเที่ยวอะโกรทัวริซึมไทย
“ไทยสามารถใช้โอมานเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อส่งออกไปยังสมาชิกกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือส่งสินค้าสิ่งทอไปขายในสหรัฐ ซึ่งมีข้อตกลงเอฟทีเอระหว่างกัน”
“ไทยสามารถใช้โอมานเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อส่งออกไปยังสมาชิกกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือส่งสินค้าสิ่งทอไปขายในสหรัฐ ซึ่งมีข้อตกลงเอฟทีเอระหว่างกัน”
นี่คือจุดเด่นของประเทศโอมาน ที่ พรชัยด่านวิวัฒน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ชี้ให้เห็น ซึ่งเป็นโอกาสการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจในต่างประเทศ
เอกอัครราชทูตไทยประจำโอมาน อธิบายต่อว่า รัฐบาลโอมานส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติ โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงของอาหาร ซึ่งธุรกิจไทยสามารถเข้าไปลงทุนด้านการเกษตร ทั้งการเพาะปลูกและปศุสัตว์ รวมถึงการแปรรูปผลผลิต อีกทั้งยังมีส่วนของธุรกิจประมง ห้องเย็น ขณะที่อุตสาหกรรมสิ่งทอก็น่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากโอมานมีข้อตกลงการค้าเสรีกับสหรัฐ ดังนั้นหากไปตั้งโรงงานผลิตสิ่งทอก็ส่งสินค้าไปจำหน่ายในตลาดสหรัฐได้ โดยได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
“ต่างชาติที่เข้าไปลงทุนต้องมีคนโอมานเป็นหุ้นส่วนธุรกิจอยู่ด้วย แต่ถ้าเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ต่างชาติจะสามารถถือหุ้นได้ 100% พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ”
ปัจจุบันมีทุนไทยทำธุรกิจโอมานอยู่บ้าง แต่ยังไม่มากนัก เช่น ปตท.สผ. ทำธุรกิจขุดเจาะน้ำมัน บริษัทบางแห่งเข้าไปทำธุรกิจประมงและห้องเย็น และมีคนไทยทำงานนวดสปาในโรงแรมบางแห่งในโอมาน
ขณะเดียวกัน มีนักธุรกิจโอมานสนใจหาพันธมิตรคนไทยเข้าไปลงทุนในประเทศ และบางส่วนก็ต้องการซื้อสินค้าจากคู่ค้าไทย เช่น สินค้าเกษตร วัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าไปลงทุนในโอมานนั้น ทูตพรชัย แนะนำว่า ควรศึกษาทำความเข้าใจกฎระเบียบต่างๆ ของโอมานให้ดีก่อนเข้าไปลงทุน ซึ่งโอมานเป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับทุนต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องมีการจ้างงานคนท้องถิ่นเป็นพนักงานตามสัดส่วนที่แต่ละประเภทธุรกิจกำหนดไว้ และต้องเข้าใจขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมของคนท้องถิ่นด้วย
นอกจากการเข้าไปลงทุนแล้ว ไทยและโอมานได้ทำการค้าระหว่างกันมาโดยตลอด และมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า สินค้าส่งออกสำคัญจากไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องจักรกล ตู้เย็น ตู้แช่แข็งขณะที่สินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากโอมาน ได้แก่ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่ สัตว์น้ำสด แช่เย็นแช่แข็ง และแปรรูป
อย่างไรก็ตาม การค้าในปี 2556 ที่เติบโตมากถึง 80% ส่วนใหญ่เป็นผลจากการส่งออกสินค้าเกษตรจากไทยไปยังโอมาน เช่น ข้าว และผลไม้ต่างๆ
“ชาวโอมานชื่นชอบผลไม้ไทยมากและชอบทุกชนิด เช่น มะม่วง ส้มโอ ทุเรียน เงาะ มะขามมังคุด ตอนนี้อาจมีปัญหาผลไม้ช้ำ เพราะต้องขนส่งหลายทอด คือ ขนส่งจากไทยไปลงดูไบ ก่อนส่งต่อไปยังโอมาน และคนอาจยังไม่รู้จักวิธีเก็บรักษา”
ส่วนสินค้าข้าว ทูตพรชัย อธิบายเพิ่มเติมว่า ชาวโอมานคุ้นเคยกับข้าวบาสมาติของอินเดีย และรู้สึกว่าข้าวไทยนิ่มเกินไป แม้ข้าวหอมมะลิไทยจะมีคุณภาพสูง แต่อาจไม่ถูกปากคนท้องถิ่น อย่างไรก็ตามไทยสามารถหันไปเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม คนที่สนใจเรื่องสุขภาพ หรือมีปัญหาสุขภาพ เช่น ส่งออกข้าวเจ๊กเชย ที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งพบว่าเป็นที่นิยมของคนโอมาน
“เราต้องเข้าใจวิถีชีวิต รสนิยมของผู้บริโภค ให้ความสำคัญกับตลาดคนที่ดูแลสุขภาพ ตอนนี้นอกจากข้าวเจ๊กเชยแล้ว ผลิตภัณฑ์ชาใบหม่อนของไทยก็เริ่มเป็นที่นิยมเช่นกัน”
ด้วยความที่คนโอมานสนใจเรื่องสุขภาพและรักธรรมชาตินี่เอง ทูตพรชัย บอกว่า ปัจจุบันมีคนโอมานจำนวนมากนิยมมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย เพราะติดใจบริการ ชอบอุปนิสัยของคนไทย โดยในปีที่ผ่านมามียอดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ประมาณ 7.2-7.3 หมื่นคน และอาจเพิ่มเป็น 8 หมื่นคนในอนาคต ซึ่งนอกจากเมดิคอล ทัวริซึ่มแล้วก็มองว่าไทยควรส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร หรืออะโกรทัวริซึ่มมากขึ้น เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาพักโฮมสเตย์ในสวน มีทัวร์เก็บผัก ผลไม้ ทดลองทำไร่ ทำนา ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้การท่องเที่ยว ก็ยังจะช่วยให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้อีกทางหนึ่ง







