
ประยุทธ์เยือนสปป.ลาวถกนำเข้า‘ข้าวโพด-ถั่ว’
“พาณิชย์” เตรียมชง “บิ๊กตู่” นำเข้าข้าวโพดและถั่วเหลืองช่วงเยือน สปป.ลาว วันที่ 2526 พ.ย.นี้แต่มีเงื่อนไขต้องผลิตได้ตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมตั้งสำนักงานที่แม่สอด รองรับเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ดันการค้าชายแดน เล็งจับมือเซ็นทรัลเปิดมุมสินค้าไทยในห้างที่จะไปเปิดสาขาในต่างประเทศ เผยฮ่องกงนำคณะธุรกิจ 40 รายเยือนไทย 14-17 พ.ย. สบช่องดันขายข้าวหอมมะลิ
“พาณิชย์” เตรียมชง “บิ๊กตู่” นำเข้าข้าวโพดและถั่วเหลืองช่วงเยือน สปป.ลาว วันที่ 2526 พ.ย.นี้แต่มีเงื่อนไขต้องผลิตได้ตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมตั้งสำนักงานที่แม่สอด รองรับเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ดันการค้าชายแดน เล็งจับมือเซ็นทรัลเปิดมุมสินค้าไทยในห้างที่จะไปเปิดสาขาในต่างประเทศ เผยฮ่องกงนำคณะธุรกิจ 40 รายเยือนไทย 14-17 พ.ย. สบช่องดันขายข้าวหอมมะลิ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ว่า ได้หารือถึงการเตรียมแผนสำหรับการเยือน สปป.ลาว ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 25-26 พ.ย. 2557 โดยเตรียมเสนอให้มีการนำเข้าข้าวโพดและถั่วเหลืองจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้กำลังหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาแนวทางการนำเข้าไม่ให้กระทบต่อผลผลิตและเกษตรกรภายในประเทศ
“กำลังพิจารณาร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ถึงระยะเวลาการนำเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามาช่วงที่ผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาด ป้องกันกระทบต่อราคาของเกษตรกร โดยไทยต้องนำเข้าข้าวโพดและถั่วเหลืองตามกรอบของอาเซียนและกรอบคอนแทรก ฟาร์มมิ่งอยู่แล้ว และที่สำคัญ ไทยผลิตไม่เพียงพอ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะนำข้อเสนอไปแจ้งกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเป็นของขวัญ”นางอภิรดีกล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สปป.ลาวและกัมพูชาได้เรียกร้องให้ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และถั่วเหลืองมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในการนำเข้าข้าวโพดมักจะมีปัญหาในเรื่องของผลผลิตที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งไทยจะเข้าไปช่วยเหลือให้ผลิตให้ได้มาตรฐานตามที่ไทยกำหนดก่อนที่จะให้นำเข้าต่อไป
นางอภิรดี กล่าวว่า ด้านการค้าชายแดนกระทรวงมีแผนที่จะผลักดันการขยายตัวของการค้าชายแดน โดยจะจัดตั้งสำนักงานเพื่อสนับสนุนการค้าชายแดนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษและจะรวบรวมบริการที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการอยู่มาให้บริการ เช่น การออกใบอนุญาตการส่งออกนำเข้า การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนให้กับผู้ประกอบการ อีกทั้งยังจะจัดให้มีมุมแสดงสินค้าที่สำนักงานแห่งนี้ด้วย
นอกจากนี้ จะร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่จะเปิดสาขาของห้างในประเทศต่างๆ เช่น ที่มิลาน อิตาลี เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยจะขอความร่วมมือให้มีการเปิดมุมสินค้าไทย เอาสินค้าไทยไปวางจำหน่าย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยผลักดันการส่งออกให้กับสินค้าไทยได้อีกทางหนึ่ง
สำหรับสถานการณ์การส่งออก ประเมินว่า สินค้าหลายๆ ตัวมีแนวโน้มส่งออกได้ดีขึ้น เช่น เม็ดพลาสติก ที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ยางรถยนต์ โดยจะส่งออกได้ดีขึ้น หลังจากที่ออสเตรเลียลดการผลิตและอาจถึงขั้นเลิกการผลิต เครื่องจักรกลการเกษตร ที่จะส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น รวมถึงสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น
นางอภิรดี กล่าวว่า ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเอเปกของ 21 ประเทศ ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับรัฐมนตรีฮ่องกง เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นต่อข้าวหอมมะลิไทย เนื่องจากฮ่องกงเป็นตลาดข้าวหอมมะลิที่สำคัญของไทย โดยนำเข้าจากไทยกว่า 90% แต่ขณะนี้นำเข้าจากไทยลดลง เนื่องจากปัญหาในเรื่องราคาที่ผ่านมา ซึ่งฮ่องกงได้ยืนยันว่าจะมีการนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น และในช่วงระหว่างวันที่ 1417 พ.ย.2557 จะมีการนำคณะผู้นำเข้าฮ่องกงจำนวน 40 รายมาเยือนไทย ซึ่งจะมีการผลักดันให้เกิดการซื้อขายข้าวหอมมะลิไทยต่อไป







