
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฝุ่นตลบ
ประธานบอร์ดรฟม.เรียกประชุมด่วนแก้ปมใหญ่เปิดประมูลเจรจาบีเอ็มซีแอล
ประธานบอร์ดรฟม.เรียกประชุมด่วนแก้ปมใหญ่เปิดประมูลเจรจาบีเอ็มซีแอล
“ยอดยุทธ” รับลูกประจินถกบอร์ด รฟม.ด่วน เปิดทางเจรจาบีเอ็มซีแอลวิ่งสายสีน้ำเงิน 8 หมื่นล้าน
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานบอร์ด รฟม. ได้เรียกประชุมบอร์ด รฟม.เป็นการเร่งด่วนในวันที่ 14 พ.ย.นี้ โดยเลื่อนขึ้นมาจากกำหนดเดิมที่จะประชุมในวันที่ 24 พ.ย.นี้ เพื่อร่วมกันหารือถึงนโยบายเร่งด่วนของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ที่ต้องการให้มีการเจรจาโดยตรงกับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) บริษัทลูกของกลุ่ม ช.การช่าง ที่ปัจจุบันให้บริการเดินรถไฟฟ้าใต้ดินมาถึงบริเวณหัวลำโพง เป็นผู้รับสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ช่วงหัวลำโพงบางแค และบางซื่อท่าพระ)
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังมีความขัดแย้งในทางปฏิบัติอย่างมาก เนื่องจากนายรณชิต แย้มสอาด รองผู้ว่าการ รฟม. ฝ่ายบริหารและรักษาการผู้ว่าการ รฟม. ซึ่งเคยเป็นประธานบอร์ดมาตรา 13 แห่งพ.ร.บ.เข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 เคยมีมติเห็นชอบให้มีการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป และเมื่อนายรณชิตได้รับแต่งตั้งให้เป็นรักษาการผู้ว่าการ รฟม. นายรณชิตได้มีคำสั่งปลดนายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล รองผู้ว่าการ รฟม. ออกจากตำแหน่งประธานบอร์ดมาตรา 13 และแต่งตั้งตัวเองไปเป็นประธานแทน
แหล่งข่าวจากกรรมการ รฟม. เปิดเผยว่า คณะกรรมการจะมีการพิจารณาถึงคำสั่งของนายรณชิตที่มีการปรับเปลี่ยนประธานบอร์ดมาตรา 13 และต้องการให้มีการเปิดประมูลในการดำเนินการเดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย วงเงิน 8.3 หมื่นล้านบาท แต่ทางฝ่ายนโยบายของกระทรวงคมนาคมและ พล.อ.ยอดยุทธ ต้องการให้มีการเจรจาตรงกับเอกชนเฉพาะรายเพื่อความรวดเร็วในการทำงาน จึงอาจมีการโยกย้ายเกิดขึ้นก็ได้
“การประชุมนัดนี้จะมีการพิจารณาในเรื่องนี้ว่ามติเดิมนั้นถูกต้องหรือไม่ เพราะมีกรรมการ 23 คนไม่ได้อยู่ในที่ประชุม และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการพิจารณาถึงการทำงานของนายรณชิต ซึ่งไม่สนองนโยบายของคณะกรรมการ รฟม. โดยอาจตั้งกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่ และจะพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ รฟม.คนใหม่ด้วย” แหล่งข่าวจากกรรมการ รฟม. เปิดเผย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า พล.อ.ยอดยุทธ ได้โทรศัพท์ไปหากรรมการ รฟม.แต่ละคนเพื่อขอเร่งการประชุมขึ้นมา
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 8.28 หมื่นล้านบาท เป็นงานก่อสร้างด้านโยธาประมาณ 5.17 หมื่นล้านบาท เป็นงานระบบและตัวรถไฟฟ้าอีกประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์และค่าจ้างที่ปรึกษา ขณะนี้มีการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 70%







