posttoday
‘เงินโอน แก้จน คนขยัน’

‘เงินโอน แก้จน คนขยัน’

12 พฤศจิกายน 2557

โครงการประชานิยมจากหลายรัฐบาลที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน เช่น โครงการประกันราคาข้าว โครงการรับจำนำข้าว กองทุนหมู่บ้าน โครงการต่างๆ มีการใช้งบประมาณประจำปีเป็นจำนวนมาก แต่กระนั้นก็ตามการแก้ไขปัญหาความยากจนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เท่าที่ควร

โครงการประชานิยมจากหลายรัฐบาลที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน เช่น โครงการประกันราคาข้าว โครงการรับจำนำข้าว กองทุนหมู่บ้าน โครงการต่างๆ มีการใช้งบประมาณประจำปีเป็นจำนวนมาก แต่กระนั้นก็ตามการแก้ไขปัญหาความยากจนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เท่าที่ควร

บางโครงการคนที่มีรายได้น้อยเข้าถึงไม่มาก เช่น บัตรประกันสุขภาพ 30 บาท รักษาทุกโรค เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระหว่างปี พ.ศ. 2553-2555 พบว่าผู้เข้าถึงบริการของรัฐเป็นคนที่มีรายได้น้อยเพียงร้อยละ 10.1 ส่วนที่เหลือร้อยละ 89.9 ไม่ใช่คนที่มีรายได้น้อย

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จึงทำการศึกษามาตรการการจ่ายเงินภาษีให้ผู้มีรายได้น้อย เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ให้การช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ สำหรับแรงงานที่ขยันทำงานหนัก แต่มีรายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ มาตรการนี้เรียกว่า “เงินโอน แก้จน คนขยัน” หรือNITNegative Income Tax เพราะเชื่อว่ามาตรการนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนได้ตรงจุด คนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ควรได้รับเงินโอนจากรัฐ หรือการจ่ายเงินภาษีให้คนรายได้น้อย ช่วยลดความยากจน แก้ปัญหาการกระจายรายได้ของประเทศ และจูงใจให้คนจนขยันทำงานมากขึ้น รวมทั้งดึงคนเข้ามาอยู่ในระบบภาษี

หลักการจ่ายเงินภาษี ซึ่งก็คือการให้เงินช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย โดยจะจ่ายให้แก่คนทำงานที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์และอยู่ในระบบภาษี ปัจจุบันกำหนดให้ผู้มีรายได้เกิน 3 หมื่นบาท/ปี ต้องยื่นแบบเสียภาษี แต่จากการศึกษาได้มีการเสนอให้แก้ไขว่าผู้มีรายได้ตั้งแต่ 1 บาทแรก ก็ต้องยื่นแบบเสียภาษี เพื่อรับสิทธิรับโอนเงินภาษีจากรัฐ ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับโอนเงินภาษีต้องมีอายุ 1560 ปี มีสัญชาติไทย รายได้ตั้งแต่ 1 บาทแรกไปจนถึง 3 หมื่นบาท/ปี จะได้รับเงินโอนภาษีร้อยละ 20 ของรายได้ที่ได้รับ รายได้มากกว่า 3 หมื่นบาท/ปีขึ้นไป จะได้รับโอนเงินภาษีลดลงร้อยละ 12 ของส่วนที่เกิน 3 หมื่นบาท รายได้ที่เกิน 8 หมื่นบาท จะไม่ได้รับเงินโอนภาษีจากรัฐ เพราะถือว่ามีรายได้เพียงพอแล้ว

การจ่ายคืนภาษีตามข้างต้น จะทำให้ผู้มีรายได้ (1) 1 หมื่นบาท/ปี ได้รับโอนเงินภาษี 2,000 บาท (2) รายได้ 2 หมื่นบาท/ปี ได้รับโอนเงินภาษี 4,000 บาท (3) รายได้ 3 หมื่นบาท/ปี ได้รับโอนเงินภาษี 6,000 บาท (4) รายได้ 4 หมื่นบาท/ปี ได้รับโอนเงินภาษี 4,800 บาท (5) รายได้ 5 หมื่นบาท/ปี ได้รับโอนเงินภาษี 3,600 บาท (6) รายได้ 6 หมื่นบาท/ปี ได้รับโอนเงินภาษี 2,400 บาท (7) รายได้ 7 หมื่นบาท/ปี ได้รับโอนเงินภาษี 1,200 บาท/ปี

งบประมาณการจ่ายเงินภาษีให้แก่ผู้มีรายได้น้อยประมาณ 5.56 หมื่นล้านบาท/ปี ผู้ที่ได้รับเงินโอนทั้งหมดประมาณ 18 ล้านคน หรือร้อยละ 27.5 ของประชากรทั้งหมด ประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท มีประมาณ 5 ล้านคน รายได้ระหว่าง 30,0018 หมื่นบาท มีประมาณ 13 ล้านคน

ถ้ารัฐเห็นว่าโครงการประชานิยมหลายโครงการที่ไม่ประสบผลเท่าที่ควร และต้องการยกเลิกหรือลดงบประมาณลง โดยจะนำงบประมาณนั้นมาใช้กับมาตรการ “เงินโอน แก้จน คนขยัน” ซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากการแจกเงิน อันเป็นโครงการประชานิยมอย่างหนึ่ง แต่ถ้าพิจารณาเจตนาของรัฐจะเป็นการดึงให้คนอยู่ในระบบภาษี หากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ต้องเสียภาษีและยังได้รับเงินช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม รัฐต้องวางมาตรการในการตรวจสอบข้อมูลที่ผู้มีรายได้น้อยแจ้งและยื่นแบบเสียภาษีว่าถูกต้องเพียงใด เพราะมีผลต่อจำนวนเงินภาษีช่วยเหลือที่จะได้รับ และขั้นตอนการจ่ายเงินภาษีช่วยเหลือต้องรัดกุมและเป็นธรรม

ในทางกลับกัน รัฐจะมีฐานข้อมูลของผู้มีเงินได้ ซึ่งในอนาคตหากผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้มีรายได้ถึงเกณฑ์จะต้องเสียภาษี รัฐจะมีโอกาสจัดเก็บภาษีเข้ารัฐมาเป็นรายได้และงบประมาณของรัฐเพิ่มขึ้นเพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท