
"ณรงค์ชัย"แนะประชาชนรับมือพลังงานปรับยกแผงต้นปีหน้า
รมว.พลังงานแนะประชาชนปรับตัว รับมือราคาพลังงานปรับยกแผงต้นปีหน้า คาดภาษีดีเซลขยับเป็น 4 บาท/หน่วย ด้าน เอกชนขอดีเซลไม่เกิน 32 บาทต่อลิตร
รมว.พลังงานแนะประชาชนปรับตัว รับมือราคาพลังงานปรับยกแผงต้นปีหน้า คาดภาษีดีเซลขยับเป็น 4 บาท/หน่วย ด้าน เอกชนขอดีเซลไม่เกิน 32 บาทต่อลิตร
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยในงานเสวนา “การปรับโครงสร้างพลังงาน การจัดการร่วมรัฐ เอกชน….จุดเปลี่ยนสำคัญสู่ความยั่งยืน” ที่จัดโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท. ) ว่า ขอให้ประชาชนเตรียมปรับตัวกับการปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่จะเกิดขึ้นในต้นปีหน้า โดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ที่จะต้องปรับขึ้นราคาแน่นอน ทั้งภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง เพราะหากไม่ดำเนินการอะไรจะเป็นปัญหาในอนาคต เนื่องจากมีอัตราการใช้ที่สูงขึ้นต่อเนื่องการพึ่งจำเป็นต้องลดความต้องการใช้ลง
อย่างไรก็ตามโครงสร้างราคาแอลพีจี ใหม่จะเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพราะปัจจุบันมีปริมาาณนำเข้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และจะไม่มีการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันอุดหนุนกว่า 1,000 ล้านบาทต่อเดือน
นอกจากนี้จะต้องหาแหล่งเชื้อเพลิงเพื่อเสริมความมั่นคงให้เพิ่มขึ้น โดยในส่วนของไฟฟ้าแนวโน้มต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)เพิ่มขึ้น แต่ถ้าใช้แอลเอ็นจีมากเกินไปจะทำให้มีผลกระทบต่อ ค่าไฟฟ้าอาจปรับสูงกว่า30 %หรือปรับมากกว่า 5-6 บาท/หน่วย จากปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 4 บาท/หน่วย ดังนั้น การจัดการจะต้องมีการกระจายเชื้อเพลิง ส่งเสริมโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น ส่งเสริมพลังงานทดแทน
สำหรับการปรับภาษีดีเซล นั้นตามแผนจะลดอัตราการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากดีเซล ที่เก็บอยู่ 3.70 บาทต่อลิตร เพื่อโยกไปเก็บภาษีดีเซล ส่วนน้ำมันกลุ่มเบนซิน มีแผนที่จะลดการเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯเช่นกัน
ปัจจุบันภาษีดีเซลและกองทุนฯ รวมแล้วประชาชนจ่าย 4 บาท/หน่วย และเมื่อปรับโครงสร้างราคาใหม่ ในส่วนนี้จะย้ายไปเป็นภาษี ก็จะทำให้ราคาน้ำมันไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งโชคดีช่วงนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง การปรับโครงสร้างก็จะไม่กระทบต่อประชาชน
ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ส.อ.ท.ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแผนการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในอนาคตให้สอดคล้องกับภาครัฐบาลที่กำลังปรับโครงสร้างพลังงาน ซึ่งราคาดีเซลที่รับได้ไม่ควรเกินลิตรละ 32 บาท







