
กระชับความร่วมมือ
อีกเพียงประมาณ 1 ปีกว่า ชาติอาเซียน 10 ประเทศก็จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอย่างสมบูรณ์ ซึ่งขณะที่ความสัมพันธ์ในหลายๆด้าน จะกระชับแน่นแฟ้นมากขึ้น แต่การแข่งขันระหว่างกันก็ยังคงมีอยู่ต่อไป
อีกเพียงประมาณ 1 ปีกว่า ชาติอาเซียน 10 ประเทศก็จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอย่างสมบูรณ์ ซึ่งขณะที่ความสัมพันธ์ในหลายๆด้าน จะกระชับแน่นแฟ้นมากขึ้น แต่การแข่งขันระหว่างกันก็ยังคงมีอยู่ต่อไป
พรชัย ด่านวิวัฒน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน อดีตรองอธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงต่างประเทศ มองว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นชาติอาเซียนยังแข่งขันกันเองในบางเรื่องต่อไป แต่สิ่งสำคัญที่อยากให้ทุกฝ่ายมองก็คือ จะต้องมีความร่วมมือในด้านต่างๆ มากขึ้นด้วย เพราะตอนนี้ทุกฝ่ายต่างตระหนักถึงคุณค่าของอาเซียน ขณะที่เอเชียก็กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในยุคนี้ ซึ่งอาเซียนก็เป็นส่วนหนึ่งของเอเชียที่มีอิทธิพลมากยิ่งขึ้น
“สิ่งที่อยากเห็นคือ ขอให้มีการประสานความร่วมมือเพิ่มขึ้น เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันมากยิ่งขึ้นของอาเซียน”
ขณะเดียวกัน ยังชี้ว่าคนไทยทุกกลุ่มจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะต้องพยายามมองโลกตามความเป็นจริง ว่าโลกได้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง มีวัฒนธรรมข้ามชาติมากขึ้น แม้ว่าจะต้องรับวัฒนธรรมของชาติอื่นเข้ามาบ้าง แต่ก็อยากให้คนไทยรักษาความเป็นชาติ เอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของตนเองไว้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
เมื่อถามถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอาเซียนของสื่อมวลชนในปัจจุบันนั้น พรชัย แสดงความคิดเห็นว่าการให้ข้อมูลแก่ชาวบ้านยังไม่ได้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ขึ้นอยู่กับประเภทของสื่อด้วย เช่น หากเป็นโทรทัศน์ หรือวิทยุ อาจเข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์
แต่สิ่งที่เขากังวลมากกว่าการเข้าถึงข้อมูลก็คือ การให้ข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจไม่ถูกต้อง เช่น การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปลายปี 2558 ประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (เอพีเอสซี) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน(เอเอซีซี) แต่บางคนกลับคิดว่าจะมีการรวมตัวด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ทำให้การเตรียมความพร้อมต่างๆ ก็มุ่งแต่ตอบสนองด้านเศรษฐกิจเท่านั้น
“คนส่วนใหญ่จะมองแต่ด้านของเออีซี ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหลายประเด็นเป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับหลายส่วน เช่น แรงงานต่างด้าว เราอาจมองเป็นเรื่องของเศรษฐกิจก็ได้ หรืออาจมองในแง่ของสังคมวัฒนธรรมก็ได้ บางทีมองในมุมของความมั่นคงก็ได้เช่นกัน”
พรชัย ยังได้ขยายความเรื่องแรงงานต่างด้าวว่า ต้องยอมรับว่าเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ มีปัญหาขาดแคลนแรงงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้มีคนพูดถึงการไหลกลับของแรงงานไปยังประเทศบ้านเกิดที่กำลังพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่า แรงจูงใจเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจทำงาน ซึ่งหากไทยสามารถสร้างแรงจูงใจที่ดี ทั้งเรื่องของรายได้ โอกาสการทำงาน ก็จะสามารถดึงดูดให้แรงงานต่างด้าวทำงานในไทยต่อ
ส่วนของแรงงานไทยนั้น ภาครัฐก็จำเป็นต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนว่า จะสนับสนุนให้คนไทยทำงานด้านไหนที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน เช่น ภาคบริการ ด้านเทคนิค ไอที เพื่อจะช่วยให้คนรู้ว่าจะต้องปรับตัวไปในทิศทางไหน







