
แรงงาน 'ขาเข้า' คุ้มครองด้วยหลัก 'สิทธิมนุษยชน'
ในครั้งที่แล้วคอลัมน์นี้ได้นำเสนอให้เห็นภาพการดูแลคุ้มครองแรงงาน 'ขาออก' ซึ่งก็คือ แรงงานไทยเมื่อต้องไปทำงานในต่างประเทศ ทำอย่างไร
ในครั้งที่แล้วคอลัมน์นี้ได้นำเสนอให้เห็นภาพการดูแลคุ้มครองแรงงาน ‘ขาออก’ ซึ่งก็คือ แรงงานไทยเมื่อต้องไปทำงานในต่างประเทศ ทำอย่างไร แรงงานจึงจะเกิดความ ‘สมหวัง’ ตั้งแต่ต้นทางก่อนออกจากประเทศ ไม่ถูกหลอก ไม่ถูกโกง ไม่เสียค่าใช้จ่ายแบบไม่สมเหตุสมผล ไม่เครียด ไปทำงานแล้วสบายใจ มีรายได้ ‘กลับบ้าน’ เลี้ยงดูครอบครัวสมความตั้งใจ
และภาพการดูแลคุ้มครองจะเป็นภาพที่สมบูรณ์ไม่ได้ หากไม่ได้ลงรายละเอียดของแรงงาน ‘ขาเข้า’
แรงงาน ‘ขาเข้า’ ในที่นี้เป็นที่ ‘จับตามอง’ อยู่ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกา จนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดลำดับ ในกลุ่มที่ 3 ให้กับประเทศไทย
แรงงาน ‘ขาเข้า’ ในความหมายนี้จึงหมายถึง แรงงานชาติอื่นที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย อย่างที่รับรู้กันว่าก็คือแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในประเทศไทย เพื่อทดแทนการทำงานที่แรงงานไทยไม่ทำเพื่อตอบโจทย์การขาดแคลนแรงงานในบางกิจการ ทำให้กับเศรษฐกิจของประเทศที่ยังต้องใช้แรงงานเข้มข้นในบางสาขากิจการสามารถก้าวหน้าไปต่อได้
กระทรวงแรงงานจึงได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานโดย ‘การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว’ จะเป็นมาตรการสำคัญในการนำมาซึ่งภาพที่ชัดเจนบนสถานการณ์ที่เป็นอยู่จริงนำมาสู่การดูแลคุ้มครองและกำหนดทิศทางได้ถูกต้องแม่นยำ
มาตรการเหล่านี้ได้แก่ ให้นายจ้าง/สถานประกอบกิจการจัดเตรียมรายชื่อลูกจ้างต่างด้าวในสังกัดให้ครบถ้วนเพื่อให้พร้อมรับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว/เปิดศูนย์ประสานรับแรงงานกัมพูชากลับเข้าทำงาน/เร่งรัดให้นายจ้างของแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในเรือประมงเพื่อจับสัตว์น้ำทางทะเลจัดทำบัญชีรายชื่อ สัญชาติ และจำนวนแรงงานต่างด้าวแจ้งสำนักงานจัดหางานจังหวัดตามภูมิลำเนาที่จดทะเบียนเรือ/จัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ในทุกจังหวัดเพื่อจัดทำทะเบียนประวัติ ออกบัตรประจำตัว ตรวจสุขภาพ และออกใบอนุญาตทำงานชั่วคราวให้แก่แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ
ข้อมูลล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวมีความก้าวหน้าไปมาก มีศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ 87 ศูนย์ ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตัวเลขก้าวหน้าเข้าหลัก 5 แสนคนแล้ว
โดยคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานชั่วคราวเหล่านี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสัญชาติเพื่อออกใบอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และใบอนุญาตทำงานที่กฎหมายกำหนดต่อไป
ส่วนมาตรการด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานประกอบด้วย การตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมงขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ประสานแรงงานประมงจังหวัด 7 แห่ง (สมุทรสาคร ระยอง ตราด ชุมพร สงขลา ระนอง และสตูล) มีภารกิจ 5 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดระเบียบแรงงาน 2) การจัดระเบียบเรือประมง 3) การคุ้มครองแรงงาน 4) การตรวจ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดี และ5) การช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในกิจการประมงทะเล
มาตรการยังเข้มข้นไปที่การตรวจเพื่อนำมาสู่การคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ด้วยการส่งเสริมการทำสัญญาจ้าง 3 ภาษา (ไทย – อังกฤษ – ภาษาประเทศต้นทาง) รวมทั้งพัฒนาแบบตรวจแรงงานโดยเพิ่มแบบข้อบ่งชี้ประกอบการตรวจ: การใช้แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก และการค้ามนุษย์ ให้สามารถตรวจประเมินพฤติกรรมข้อบ่งชี้ที่อาจมีการค้ามนุษย์
ทั้งนี้ลำพังการตรวจ การตามแก้ไขปัญหาย่อมไม่ใช่ความยั่งยืน
บทบาทของการส่งเสริมเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ อันจะนำมาสู่ความร่วมมือจึงเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับ การใช้แรงงานไม่เหมาะสมในภาคของแรงงานต่างด้าวที่ยัง ‘เป็นประเด็น’
วันนี้กระทรวงแรงงานจึงคงเดินหน้าส่งเสริมให้สถานประกอบการใช้แนวทางปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices: GLP) ในทุกอุตสาหกรรมเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยผู้ประกอบกิจการตรวจสอบตนเองในการปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานไทยและมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ
รวมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้สถานประกอบการใช้มาตรฐานแรงงานไทยเพื่อเป็นการรับรองว่าสถานประกอบการมีการปฏิบัติกฎหมายแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานไทยและมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ
และยังคงแก้ไข ปรับปรุง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมกับการจัดระเบียบแรงงาน
ซึ่งจะได้ขยายผลให้ได้รับทราบในโอกาสต่อไป!!







