
"โชกุน ไฟท์" ค่ายมวยช่วยเด็กมีปัญหา
“หนทางสู่ความสำเร็จ จักโรยด้วยกลีบกุหลาบนั้นไซร้ ไป่มี” นับเป็นวลีอมตะที่สะท้อนความเป็นจริงของการดำเนินธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
“หนทางสู่ความสำเร็จ จักโรยด้วยกลีบกุหลาบนั้นไซร้ ไป่มี” นับเป็นวลีอมตะที่สะท้อนความเป็นจริงของการดำเนินธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม
“โชกุน ไฟท์” ธุรกิจเพื่อสังคม (โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรซ์) เป็นยิมสอนศิลปะป้องกันตัวสำหรับเด็กมีปัญหาในสิงคโปร์ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องเจอปัญหาหลายอย่างกว่าธุรกิจจะสามารถตั้งตัวได้ในปัจจุบัน
โมฮัมหมัด ชารี เจ้าของยิม โชกุน ไฟท์ เปิดเผยว่า เจ้าตัวอยู่ในวงการศิลปะป้องกันตัวมานานก่อนจะมาจับธุรกิจเพื่อสังคมอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการสอนศิลปะป้องกันตัวสำหรับผู้เคยทำผิดกฎหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ภายใต้ชื่อแบรนด์ “พาวเวอร์”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคอนเซ็ปต์ของธุรกิจจะดีสักเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถสร้างรายได้อย่างเพียงพอสำหรับการหล่อเลี้ยงธุรกิจได้ เนื่องจากความไม่พร้อมในหลายด้าน
“เพียงแค่เปิดตัวเพียง 3 เดือน ธุรกิจก็เริ่มติดขัด พาวเวอร์ทำรายได้เพียง 100 เหรียญสิงคโปร์/เดือนเท่านั้น (ราว 2,500 บาท) ผมประมาทเกินไป” ชารี กล่าว
หลังจากพาวเวอร์ไม่สามารถไปต่อได้จนต้องปิดตัวลง ชารีในวัย 24 ปี ก็ล้มเลิกความตั้งใจและหันมาสนใจธุรกิจใหม่ คือธุรกิจทำซาลาเปารสชาติใหม่ๆ เช่น ไส้ทุเรียน ไส้ช็อกโกแลต และมีไส้อื่นๆ อีกกว่า 20 รายการ โดยมีเป้าหมายในการช่วยเหลือผู้เคยทำผิดกฎหมายและบรรดาพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วย
ในครั้งนี้ต้องยอมรับว่าไอเดียของชารีนับว่าแหวกแนวไม่น้อย และสร้างความประทับใจให้กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและสถาบันครอบครัวแดนลอดช่องจนทางกระทรวงมอบเงินทุนให้เป็นจำนวนถึง 5 หมื่นเหรียญสิงคโปร์ (ราว 1.25 แสนบาท)
แต่เป็นที่น่าเสียดายเพราะชารีใช้เงินก้อนดังกล่าวหมดไปอย่างรวดเร็ว โดยชารีใช้เงิน 2.5 หมื่นเหรียญสิงคโปร์หมดไปในระยะเวลาเพียง 15 วัน เพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เช่าพื้นที่สำหรับทำครัว ที่เก็บของ ตกแต่งภายใน และเป็นเงินค่าจ้าง
แน่นอนว่าชารีต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวจากความไม่รอบคอบในการสร้างธุรกิจ จนท้ายที่สุดธุรกิจทำซาลาเปาไส้แปลกต้องปิดตัวลงไปในที่สุด นับเป็นธุรกิจแห่งที่ 2 ที่ชารีทำล้มเหลวลงด้วยมือตนเอง
แม้จะประสบความล้มเหลวถึงสองครั้ง แต่ด้วยหัวใจของการเป็นเจ้าของธุรกิจ ชารีจึงตัดสินใจเปิดธุรกิจใหม่โดยหวนกลับมาจับธุรกิจด้านศิลปะป้องกันตัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กมีปัญหาด้านความมั่นใจในตนเอง ภายใต้ชื่อใหม่ว่า “โชกุน ไฟท์” ซึ่งแน่นอนว่ายังรักษาคอนเซ็ปต์ของธุรกิจเพื่อสังคมไว้
ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนจากการทำธุรกิจล้มเหลวถึง 2 ครั้ง ทำให้ในครั้งนี้ เจ้าของยิมโชกุน ไฟท์ ใจเย็นขึ้น และดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบขึ้นเป็นอย่างมาก แต่แน่นอนว่าปัญหาย่อมมีหลากหลาย ทั้งการขออนุญาต การทำประกัน และแน่นอนปัญหาด้านการเงิน ซึ่งต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าธุรกิจจะเข้าที่ แต่ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ และครอบครัวก็ทำให้สามารถผ่านปัญหาเหล่านั้นมาได้
เมื่อถามว่าธุรกิจแห่งนี้มีรายได้จากที่ไหน ชารี ตอบว่า โชกุน ไฟท์ มีรายได้จากค่าสมาชิก และเมื่อถามต่อไปว่าในฐานะของธุรกิจเพื่อสังคม ทาง โชกุน ไฟท์ มีทางออกสำหรับผู้ไม่มีเงินหรือไม่ เจ้าของธุรกิจก็ตอบว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เราไม่สามารถจัดโปรแกรมการฝึกแบบไม่คิดเงินได้ เนื่องจากธุรกิจต้องดำเนินต่อไป แต่ก็พยายามคิดค่าสมาชิกให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ที่ 5 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 127 บาท)
ปัจจุบัน โชกุน ไฟท์ เปิดสอนศิลปะป้องกันตัวหลายประเภท โดยเน้นศิลปะการป้องกันตัวจากตะวันออก มีตั้งแต่โปรแกรมสอนมวยไทย ปันจักสีลัต เทควันโด ฯลฯ นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในธุรกิจเพื่อสังคมไม่กี่แห่งในสิงคโปร์ที่ประสบความสำเร็จและดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืน







