
เครื่องหนังปรับใหญ่
ทายาทรุ่น 2 โรงงานกระเป๋าหนังปรับตัวธุรกิจรอบ 50 ปี ลุยปั้นแบรนด์ใหม่จับกลุ่มไลฟ์สไตล์แฟชั่นกันเสี่ยงการเมืองในประเทศฉุดกลุ่มนักท่องเที่ยวหาย
ทายาทรุ่น 2 โรงงานกระเป๋าหนังปรับตัวธุรกิจรอบ 50 ปี ลุยปั้นแบรนด์ใหม่จับกลุ่มไลฟ์สไตล์แฟชั่นกันเสี่ยงการเมืองในประเทศฉุดกลุ่มนักท่องเที่ยวหาย
น.ส.รวิวรรณ วรสินศิริ ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตสินค้ากระเป๋าเครื่องหนัง โรงงาน วรสินศิริ เปิดเผยว่า ในฐานะรุ่น 2 ของธุรกิจกิจการครอบครัว ได้ปรับแผนธุรกิจหันมาเพิ่มสาย (ไลน์) การผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องหนังกระเป๋าประเภทต่างๆ ภายใต้แบรนด์ใหม่ คือ วารา (VARA) เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ไปยังตลาดสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ จากเดิมที่โรงงานมุ่งผลิตสินค้าเพื่อทำตลาดค้าส่งในย่านสำเพ็งและร้านของที่ระลึก
ปัจจุบัน โรงงานดำเนินกิจการมาไม่ต่ำกว่า 50 ปี การปรับตัวครั้งนี้ถือเป็นการปรับครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี นับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2541 ที่พบว่าธุรกิจชะลอตัวต่อเนื่อง ประกอบกับนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักเดินทางมาไทยน้อยลงและจะได้รับผลกระทบมากสุดในทุกครั้งที่มีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่เดินทางมาไทย เนื่องจากโรงงานฯ จะผลิตสินค้าและทำตลาดค้าส่ง กลุ่มกระเป๋าหนังพิมพ์ลายนูนลวดลายต่างๆ จับกลุ่มเป้าหมายหลักนักท่องเที่ยว
“แนวโน้มดังกล่าว รวมถึงจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา ยังทำให้โรงงานฯ มีฐานลูกค้าลดลงไปกว่า4050% ถึงในขณะนี้” น.ส.รวิวรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นอกจากการปรับตัวของธุรกิจแล้ว ในปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจโรงงานขนาดเล็กยังเผชิญปัญหาที่น่ากังวลมากที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้างานฝีมือ คือ ด้านแรงงาน ที่หาแรงงานมีฝีมือยาก และมีการหมุนเวียนบ่อยครั้งทำให้ขาดความต่อเนื่องด้านทักษะ
“หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องที่นอกจาก จะมุ่งให้ความสำคัญด้านการส่งเสริม ผู้ประกอบการด้านต่างๆ แล้วควรมีนโยบายจูงใจพัฒนาแรงงานสายอาชีพเฉพาะทางด้วย” น.ส.รวิวรรณ กล่าว







