
ทลายข้อจำกัดเทรดดิ้ง เนชั่น
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ ได้จัดสัมมนาเรื่อง Trading Nation
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ ได้จัดสัมมนาเรื่อง Trading Nation โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี มากล่าวปาฐกถาพิเศษถึงการพัฒนาประเทศในระยะที่ผ่านมาและทิศทางการพัฒนาในอนาคต
เศรษฐกิจไทยได้เริ่มต้นพัฒนาอย่างจริงจังในปี 2504 เมื่อมีการส่งเสริมการลงทุน ทำให้เกิดอุตสาหกรรมจำนวนมาก ทำให้ช่วงปี 2504–2521 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 7.5% ต่อปี อย่างไรก็ตามนับจากปี 2522 เป็นต้นมา เศรษฐกิจเริ่มอ่อนแรงลง โดยช่วงปี 2522–2528 เติบโตต่ำลงในอัตราเฉลี่ย 5.4% ต่อปี
แต่โชคดีที่สำรวจพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยนำไปสู่การก่อสร้างฐานผลิตปิโตรเคมีใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มาบตาพุดในเวลาต่อมา มีการลงทุนจำนวนมาก ทำให้ช่วงปี 2529–2539 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 9.25% ต่อปี อย่างไรก็ตามไทยต้องเผชิญกับปัญหาฟองสบู่แตก ทำให้ในช่วงปี 2540–2542 เติบโตติดลบเฉลี่ย ลบ 2.5% ต่อปี
เศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากค่าเงินบาทที่อ่อนลง ส่งผลดีต่อภาคส่งออกและท่องเที่ยวที่เริ่มขยายตัวก่อน จากนั้นภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ก็ขยายตัวตามมา การเติบโตช่วงปี 2543–2550 กระเตื้องขึ้นมาอยู่ที่อัตราเฉลี่ย 5.08% ต่อปี แต่ข้อจำกัดของไทยเริ่มเห็นชัดขึ้น ทั้งขาดแคลนแรงงาน ต้องนำเข้าแรงงานต่างประเทศจำนวนมาก ขณะเดียวกันยากจะก่อตั้งฐานอุตสาหกรรม เนื่องจากการประท้วงด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ในช่วงปี 2551–2555 เติบโตต่ำเฉลี่ยเพียงแค่ 2.92% ต่อปี
แนวทางหนึ่งที่จะหลีกหนีข้อจำกัดข้างต้น คือ พัฒนาไปสู่ Trading Nation เป็นประเทศทำมาค้าขาย ไปลงทุนต่างประเทศทั้งเพื่อยึดตลาดต่างประเทศ เพื่อแสวงหาทรัพยากรและเพื่อใช้เป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม ซึ่งความจริงแล้วไม่แข่งขันกับฐานการผลิตในไทยมากมายอย่างที่คิด แต่เสริมซึ่งกันและกันมากกว่า โดยฐานในไทยผลิตสินค้ารูปแบบหนึ่งหรือเกรดหนึ่ง ขณะที่ฐานในต่างประเทศก็ผลิตสินค้าอีกรูปแบบหนึ่งหรืออีกเกรดหนึ่ง
ท่านรองนายกฯ ขอให้มองอาเซียนให้เป็นโอกาส โดยกล่าวว่า “อาเซียนได้สร้างขึ้นมาเพื่อประเทศไทย” โดยบุคคลที่เริ่มต้นแนวคิดก่อตั้งอาเซียน ก็เป็นคนไทย คือ พันเอกถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในขณะนั้น ส่วนคนที่เริ่มต้นแนวคิดเขตการค้าเสรีอาเซียนก็เป็นคนไทยเช่นกัน คือ นายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีไทยในขณะนั้น
การเปิดเออซีแม้ไทยจะเสียเปรียบในบางสินค้า เช่น เสื้อผ้าทั่วไป เวียดนามจะได้เปรียบมากกว่า หรือผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ มาเลเซียจะได้เปรียบมากกว่า ขณะที่ปิโตรเคมี จะเก่งพอๆ กัน ส่วนสินค้าอื่นๆ แทบทั้งหมด เช่น รถยนต์ วัสดุก่อสร้าง อาหาร ฯลฯ ไทยได้เปรียบ โดยเฉพาะสินค้าคุณภาพสูงซึ่งเน้นผลิตจำหน่ายในตลาดบนการพัฒนาไปสู่ Trading Nation มีการบ้านมากมายที่ต้องดำเนินการ ประการแรก ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายกฎระเบียบด้านการค้า ด้านการเงิน ด้านภาษีอากร ด้านวีซ่า และใบอนุญาตทำงาน ฯลฯ ให้คล่องตัวและเอื้อต่อการให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการค้าในภูมิภาค
ประการที่สอง มาตรการสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนของไทยในต่างประเทศ
ประการที่สาม การปรับปรุงระบบขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งทางราง เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศ จะส่งผลให้เอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาค
สำหรับการดำเนินการ 2 ประการแรกนั้น ใช้เวลาไม่นานนัก ท่านรองนายกฯ คาดว่าจะอีกไม่นานก็แล้วเสร็จ ส่วนการดำเนินการประการที่สาม ซึ่งต้องลงทุนด้านการก่อสร้างจำนวนมากจะต้องใช้เวลายาวนานกว่า







